คนไทยไร้สิทธิ พ่อแม่ไม่ได้แจ้งเกิด วอนขอมีบัตร ปชช. ป่วยหนัก ติดหนี้ รพ.เกือบแสน

Published on

“นางไอ๊ วาเส็ง” ชาวชุมชนพูนทรัพย์ เผย ชีวิตคนไทยไร้สิทธิ์ ป่วยเป็นอัมพาต 3 ปี ไม่มีบัตรประชาชน เข้าไม่ถึงการรักษา ไม่ได้รับสิทธิบัตรทอง เหตุพ่อแม่ไม่ได้แจ้งเกิด เผยปัจจุบันเป็นหนี้ รพ.ภูมิพล 6-7 หมื่นบาท หลังความดันสูง วูบนอนรักษาตัว 3 ปีที่แล้ว ด้านลูกสาลระบุ เคยพาแม่ไป จ.สุพรรณฯ และกาญจนบุรีเพื่อทำบัตรประชาชนหลายรอบ พาทั้งญาติ/หลักฐานยืนยัน แต่ถูกปัดเพราะกลัวสวมสิทธิคนไทย ขณะที่ “รองประธานชุมชนพูนทรัพย์” เผย นางไอ๊ เป็นแค่ตัวอย่าง ยังมีกลุ่มคนไร้สิทธิจำนวนมา หนุนตั้งกองทุนรักษาพยาบาลคนไทยไร้สิทธิ ช่วยคนไทยด้วยกันเข้าถึงการรักษา ลดเหลื่อมล้ำ

น.ส.วิมล ถวิลพงษ์ รองประธานชุมชนใต้สะพาน (ชุมชนพูนทรัพย์) เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือข่ายสลัม 4 ภาค กล่าวว่า ชุมชนพูนทรัพย์มีกลุ่มคนไทยที่เป็นคนไทยไร้สิทธิ์ 6-7 คน ในจำนวนนี้มีนางไอ๊ วาเส็ง อายุ 65 ปี ซึ่งเจ็บป่วยด้วยโรคอัมพฤกษ์ ความดันโลหิตสูง มีปัญหาการเข้าถึงการรักษา เพราะนอกจากไม่มีเงินแล้ว ยังไม่มีบัตรประชาชน จึงไม่มีสิทธิทำบัตรหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทั้งที่เป็นผู้ป่วยที่ต้องรับการรักษาต่อเนื่อง ทำให้ต้องเผชิญต่อภาวะความเจ็บป่วย ขาดการดูแล เป็นความเหลื่อมล้ำทั้งที่เป็นคนไทย เกิดและอยู่ในประเทศไทยมาตลอด เพียงแต่พ่อแม่ไม่ได้แจ้งเกิดจึงทำให้เสียสิทธิความเป็นคนไทย และคนเหล่านี้เมื่อเจ็บป่วยจะไม่กล้าไปรับการรักษาเพราะกลัวค่าใช้จ่าย จึงมักปล่อยให้ป่วยหนักก่อน บ่อยครั้งต้องเรียกรถฉุกเฉิน1669 นำส่งโรงพยาบาล ซึ่งกรณีของนางไอ๊เป็นหนึ่งในตัวอย่างกลุ่มคนไทยไร้สิทธินี้ ไม่แต่เฉพาะในชุมชนพูนทรัพย์เท่านั้น แม้ว่าที่ผ่านมานางไอ๊จะได้รวบรวมหลักฐานต่างๆ เพื่อพิสูจน์สถานะตนเองทำบัตรประชาชนเพื่อให้ได้สิทธิการรักษา แต่ก็ยังทำไม่ได้เพราะเจ้าหน้าที่รัฐกลัวว่าเป็นการสวมสิทธิ์

ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหาที่ผ่านมาจึงได้เสนอให้มีการจัดตั้ง “กองทุนรักษาพยาบาลคนไทยไร้สิทธิ์” เพื่อดูแลคนไทยกลุ่มนี้ก่อน โดยดูแลสิทธิการเข้าถึงการรักษาก่อน เพราะเรื่องสุขภาพเป็นสิ่งจำเป็นต่อชีวิต และเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่ต้องได้รับ

ด้าน นางไอ๊กล่าวว่า เกิดที่ จ.กาญจนบุรี มีพี่น้อง 7 คน พี่น้องทุกคนทำบัตรประชาชนได้หมด รวมถึงแม่ซึ่งขณะนี้อายุกว่า 85 ปีแล้ว มีแค่ตนเองที่ตกหล่นเท่านั้น เพราะพ่อแม่ไม่ได้แจ้งเกิดให้ ทำให้ไม่มีหลักฐานที่จะยืนยันเพื่อทำบัตรประชาชนได้ และเมื่อโตมาก็ทำอาชีพรับจ้างตัดอ้อยไปเรื่อยๆ ไม่ต้องใช้บัตรประชาชน ซึ่งต่อมาก็ย้ายมาอยู่ที่ จ.สุพรรณบุรีก่อนจะย้ายตามลูกๆ มาอยู่ที่ชุมชนพูนทรัพย์ทุกวันนี้

ภายหลังอายุที่เริ่มมากขึ้นก็เริ่มมีปัญหาเจ็บป่วย เมื่อมีโครงการบัตรทองก็ทำบัตรไม่ได้ เพราะไม่มีบัตรประชาชนจึงไม่มีสิทธิ์ ส่วนลูกๆ ก็มีรายได้ไม่มากแค่พอใช้จ่ายในครอบครัวเท่านั้น ไม่พอที่จะค่ารักษาพยาบาลให้ได้ ยิ่งหลังๆ อาการป่วยเริ่มมากขึ้น ซึ่งตนเองป่วยเป็นโรคความดันสูงและเป็นอัมพฤกษ์ แขนขาไม่มีแรง เคลื่อนไหวลำบาก ทุกวันนี้ต้องนอนอยู่กับบ้านเฉยๆ ถึงจะลุกนั่งได้บ้าง แต่ก็นั่งได้ไม่นาน ทั้งกลางวันยังต้องอยู่บ้านคนเดียว

“เมื่อ 3 ปีที่แล้ว จากที่เป็นความดันสูงและไม่ได้ติดตามรักษาต่อเนื่อง ทำให้เกิดอาการวูบเป็นลม ลูกๆ ต้องช่วยกันหามเข้าโรงพยาบาลภูมิพล เจ้าหน้าที่ถามลูกว่ามีสิทธิ์อะไร ลูกก็บอกว่าไม่มีสิทธิอะไรเลย ซึ่งตัวเองต้องนอนรักษาอยู่หลายวัน ไม่มีเงินจ่ายค่ารักษา ทำให้ต้องติดหนี้โรงพยาบาลเกือบหลักแสนบาท ลูกต้องคอยผ่อนจ่าย แต่ถึงวันนี้ก็ยังไม่หมด” นางไอ๊ กล่าว

นางไอ๊ กล่าวต่อว่า หลังออกจากโรงพยาบาลแล้ว ด้วยโรคความดันโลหิตสูงเป็นอาการที่ต้องควบคุมต่อเนื่อง จะให้ลูกซื้อยาจากร้านยามากินแทน ส่วนลูกก็ช่วยทำกายภาพบำบัดให้ เพราะไม่กล้าไปหาหมอที่โรงพยาบาล นอกจากไม่มีเงินแล้ว ยังติดเงินค่ารักษาโรงพยาบาลอยู่ บางครั้งที่มีแพทย์พยาบาลจากโรงพยาบาลที่ออกหน่วยเยี่ยมบ้านบ้างก็จะแวะเข้ามาดูอาการให้บ้าง

“วันนี้บอกได้ว่าพอไม่มีสิทธิบัตรทองชีวิตลำบากมาก หากเจ็บป่วยหนักอีกก็ไม่รู้จะทำอย่างไร อยากมีสิทธิเหมือนคนอื่นๆ ที่มีบัตรทองคอยดูแล จะได้ไม่ต้องเดือดร้อนลูกมากอย่างทุกวันนี้ และหากเป็นไปได้ ก่อนตายก็อยากเห็นบัตรประชาชนตัวเองซักครั้ง”

นางวิไลย์ แซ่ตัน ลูกสาวนางไอ๊ กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้แม่ทำบัตรประชาชนได้ จะได้มีสิทธิบัตรทอง ซึ่งเคยพาไปทำบัตรทั้งที่ จ.สุพรรณบุรีและกาญจนบุรีหลายรอบ โดยพาทั้งยาย ญาติพี่น้องและผู้ใหญ่บ้านมายืนยัน มีทะเบียนบ้านไปแสดง แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่ทำให้บอกแต่กว่ากลัวเป็นการสวมสิทธิ และให้ไปตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ ต้องใช้เงินจำนวนมากประมาณ 17,000 บาทต่อคน ซึ่งไม่รู้ว่าจะต้องตรวจกี่คน ทั้งนี้หากอนาคตแม่เกิดเจ็บป่วยหนักก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะแค่ค่ารักษาเข้าโรงพยาบาลก่อนหน้า ตอนนี้ก็ยังเป็นหนี้อยู่ประมาณ 6-7 หมื่นบาทและยังไม่มีเงินผ่อนต่อให้กับโรงพยาบาล อยากให้แม่ได้สิทธิรักษาพยาบาลเหมือนกับคนอื่นบ้าง

 

Latest articles

สสส. เผยวิกฤติสงฆ์ไทย 78% เสี่ยงปัญหาความดันและไขมันในเลือดสูง พร้อมเปิดตัวโครงการ “ตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ”

สสส. เผยข้อมูลสุขภาพพระสงฆ์ไทยทั่วประเทศในปี 2565-2568 พบว่า 78%* ของพระสงฆ์ไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงกับโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับอาหารที่ฉัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไขมันในเลือดสูง ซึ่งพระสงฆ์ที่เข้ารับการตรวจมีภาวะคลอเรสเตอรอลสูงกว่า 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร มากถึง 47.84%-55.42% มีโรคความดันโลหิตสูง มียอดผู้ป่วยสูงสุดเป็นอันดับ 1 คือ 73,077 ราย รวมทั้งมีภาวะอ้วนสะสมถึง 35.73%-44.95% ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ก่อให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมา

“เพ็ญภาค” ทรานส์ฟอร์มสู่ผู้ผลิตเครื่องดื่ม RTD และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารครบวงจร

“เพ็ญภาค” ผู้บุกเบิกตลาดยาสมุนไพรและเครื่องดื่มสุขภาพระดับตำนานที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 109 ปี ประกาศปรับทิศทางธุรกิจครั้งใหญ่ ทรานส์ฟอร์มสู่การเป็นผู้ผลิตเครื่องดื่มพร้อมดื่ม (RTD) ทั้งกลุ่มไม่มีแอลกอฮอล์ (Non-Alcohol), มีแอลกอฮอล์ (Alcohol) และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างเต็มรูปแบบ ตอกย้ำภาพลักษณ์เจ้าตลาดเครื่องดื่มสมุนไพรอัดก๊าซซ่าเจนใหม่ที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่อย่างลงตัว

Disrupt Health Impact Fund จับเทรนด์ Women’s Health ลงทุนใน “Osteoboost” จากสหรัฐฯ

กองทุน Disrupt Health Impact Fund ประกาศลงทุนใน Osteoboost สตาร์ทอัพ Women's Health Tech สัญชาติอเมริกัน ผู้พัฒนาอุปกรณ์ wearable ตัวแรกและตัวเดียวที่ได้รับการรับรองจาก FDA เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับชะลอภาวะกระดูกบาง เทคโนโลยี Precision Vibration Therapy ของ Osteoboost ช่วยชะลอการลดมวลกระดูกบริเวณกระดูกสันหลังและสะโพก

AirAsia MOVE ชี้ความต้องการเดินทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเติบโตต่อเนื่อง

AirAsia MOVE แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวชั้นนำของภูมิภาค เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกด้านการเดินทางประจำไตรมาส 1 ปี 2569 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความต้องการเดินทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

More like this