เห็นด้วยหรือไม่? สิทธิวัยรุ่นเข้าถึงยาคุม-ถุงยาง ลดปัญหาท้องไม่พร้อม

Published on

เป็นที่น่ากังวลว่า ปัจจุบัน อัตราการป่วยด้วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์รวมถึงการติดเชื้อเอชไอวี ในกลุ่มอายุ 15-24 ปี เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากอัตรา 93 รายต่อประชากร 1 แสนคน  เพิ่มเป็น 161 รายต่อประชากร 1 แสนคน หรือเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 72 ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นแม้จะลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังคงอยู่ในระดับสูงถึงวันละ 225 ราย

นี่คือปัญหาที่อยู่ในสังคมไทย และต้องได้รับการป้องกันและแก้ไขอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ล่าสุด สสส. ผนึก 5 กระทรวง ภาคีเครือข่าย จัดประชุมระดับชาติ สุขภาวะทางเพศ ครั้งที่ 3 เดินหน้าลดวัยรุ่นท้องเหลือต่ำกว่า 25 ต่อ 1,000 ภายในปี 2569 หลังพบวัยรุ่นท้อง 225 ราย/วัน ชูโมเดลแก้ปัญหาวัยรุ่นท้อง 20 จังหวัดนำร่องได้ผล ด้านแกนนำเยาวชนยื่นหนังสือถึง สปสช. ขอเข้าถึงถุงยางอนามัย/ยาคุมฉุกเฉิน

นพ.วีระพันธ์ สุพรรณไชยมาตย์ รองประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ คนที่ 2 เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมระดับชาติ สุขภาวะทางเพศ ครั้งที่ 3 ภายใต้แนวคิด “การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น: จากยุทธศาสตร์ สู่การปฏิบัติที่ยั่งยืน” จัดโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) ยูนิเซฟประเทศไทย มูลนิธิแพธทูเฮลท์(P2H) มูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง รวมถึงหน่วยงานและภาคีต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 1,700 คน

นพ.วีระพันธ์ กล่าวว่า ยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับชาติ พ.ศ. 2560-2569 ภายใต้พระราชบัญญัติป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 กำหนดเป้าหมายลดอัตราการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นให้เหลือต่ำกว่า 25 ต่อพันภายในปี 2569 โดยขับเคลื่อนผ่านยุทธศาสตร์ 5 ด้าน คือ       1. ส่งเสริมการเรียนรู้เพศวิถีศึกษาและทักษะชีวิต 2. ส่งเสริมบทบาทของครอบครัวและชุมชนในการป้องกันปัญหา 3. จัดบริการอนามัยการเจริญพันธุ์รวมถึงการคุมกำเนิดที่วัยรุ่นเข้าถึงได้ง่าย 4. การดูแลช่วยเหลือและจัดสวัสดิการสังคมสำหรับวัยรุ่นที่ประสบปัญหา และ 5. การจัดการความรู้และระบบข้อมูล

“สิ่งที่น่ายินดีในการดำเนินการต่อปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นคือ ความร่วมมือกันของทุกภาคส่วน ตั้งแต่ก่อนมีการออก พ.ร.บ. ท้องวัยรุ่น อย่างเช่น บทบาทของ สสส. ที่ได้ร่วมกับภาคีวิชาการและหน่วยงานต่างๆ รวบรวมบทเรียนที่พบว่าได้ผลในการแก้ปัญหาท้องวัยรุ่นมาแล้วในต่างประเทศ นำมาพัฒนาเป็นรูปแบบดำเนินการแบบบูรณาการด้วยแนวทาง “9 ภารกิจ” เพื่อป้องกันปัญหาวัยรุ่นตั้งครรภ์ในระดับจังหวัด และ สสส.ร่วมกับกระทรวงหลักและภาคีที่เกี่ยวข้อง ให้การสนับสนุนการขับเคลื่อนด้วย “9 ภารกิจ” ดังกล่าวใน 20 จังหวัดนำร่อง ซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจ และนำไปสู่การพัฒนาเป็นยุทธศาสตร์ชาติในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น” นพ.วีระพันธ์ กล่าว

 ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า อัตราการป่วยด้วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์รวมถึงการติดเชื้อเอชไอวี ในกลุ่มอายุ 15-24 ปี เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากอัตรา 93 รายต่อประชากร 1 แสนคน  เพิ่มเป็น 161 รายต่อประชากร 1 แสนคน หรือเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 72 ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นแม้จะลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังคงอยู่ในระดับสูงถึงวันละ 225 ราย

“ในส่วนของการสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นนั้น สสส. ร่วมกับมูลนิธิแพธทูเฮลท์ ได้สนับสนุนและทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ พัฒนาระบบและเครื่องมือที่ช่วยในการพัฒนาครูให้สามารถจัดการเรียนรู้เพศวิถีศึกษาในสถานศึกษาทุกระดับ รวมถึงกำลังพัฒนารูปแบบและเครื่องมือในการเสริมทักษะพ่อแม่ในสถานประกอบการ เพื่อให้มีทักษะการสื่อสารเชิงบวก และพูดคุยเรื่องเพศกับลูกหลานวัยรุ่นได้ นอกจากนี้ สสส. ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและหลายภาคส่วน ดำเนินงานสื่อสารรณรงค์เพื่อปรับเปลี่ยนฐานคิดในสังคมไทยให้มีมุมมองเชิงบวกต่อเรื่องเพศ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นได้อย่างยั่งยืน” ดร.สุปรีดา กล่าว

ในวันเดียวกัน แกนนำเยาวชนจากเครือข่ายการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น จำนวน 300 คนจากทั่วประเทศ ได้เดินทางไปยื่นหนังสือถึง นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อเรียกร้องสิทธิในการเข้าถึงถุงยางอนามัย และยาคุมฉุกเฉิน เพื่อให้สอดคล้องกับวาระการประชุมระดับชาติ สุขภาวะทางเพศ ครั้งที่ 3

น.ส.พรพรรณ ทองทนงศักดิ์ ผู้จัดการการให้คำปรึกษาห้องแชท เลิฟแคร์สเตชั่นดอทคอม กล่าวว่า สิทธิประโยชน์ของผู้ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในหัวข้อการบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค (P&P) ช่วงอายุกลุ่มเด็กโตและวัยรุ่น 6-24 ปี รายการบริการลำดับที่ 18 ได้ระบุให้บริการอนามัยเจริญพันธุ์ และการป้องกันและควบคุม การตั้งครรภ์วัยรุ่น และการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ ว่า เด็กและเยาวชนจะได้บริการถุงยางอนามัย/ ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน และคำแนะนำการใช้เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และตั้งครรภ์ แต่ในความเป็นจริงยังมีหน่วยบริการจำนวนมาก ไม่ได้มีบริการดังกล่าวให้ เมื่อสอบถามไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้รับคำชี้แจงมาว่า หน่วยบริการสามารถให้บริการได้ แต่ต้องทำเป็นโครงการพิเศษเพื่อขอรับการสนับสนุนเป็นรายกรณี เนื่องจากไม่มีสำรองสำหรับทุกคน

“ขอให้ สปสช. และกระทรวงสาธารณสุข ทบทวนนโยบายและแนวปฏิบัติในการรับบริการถุงยางอนามัย/ ยาคุมฉุกเฉิน ให้เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในการเข้ารับบริการด้านสุขภาพของวัยรุ่น ยิ่งเราไม่อยากเห็นวัยรุ่นตั้งครรภ์ไม่พร้อม ไม่ควรสร้างความยุ่งยากในการปฏิบัติ ทำให้เยาวชนเสียโอกาส เพราะหลายคนมีความจำเป็นต้องใช้บริการถุงยางอนามัยและยาคุมฉุกเฉินให้สะดวกและทันเวลา” น.ส.พรพรรณ กล่าว

Latest articles

คนไทย 1.6 ล้านคนมีภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว รพ.วิมุต ชู PFA รักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ  

Atrial Fibrillation (AF) เป็นภาวะที่หัวใจห้องบนเต้นเร็วและไม่เป็นจังหวะ ส่งผลให้การสูบฉีดเลือดทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ อาการที่พบได้มีตั้งแต่ใจสั่น หัวใจเต้นรัวหรือสะดุด เหนื่อยง่าย เวียนศีรษะ หน้ามืด ไปจนถึงแน่นหน้าอก จุดยากของ AF คืออาการอาจเกิดขึ้นเพียงเป็นช่วง ๆ ผู้ป่วยบางรายแทบไม่มีอาการ

Thai energy sector turns to AI as cost and demand pressures reshape investment priorities

Thailand's biggest energy groups have already spent a few years reshaping their portfolios to reduce costs and increase their resilience, including consolidating with rival assets to pool production facilities and reduce operational costs

ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส สูตรใหม่ จัดโปรลดพิเศษเพียง 29 บาท ที่เซเว่นฯ

“บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส สูตรใหม่” เพิ่มปริมาณ แต่ไม่ขึ้นราคา ขนาดบรรจุซอง 13,000 มก. จัดโปรโมชั่น ลดราคาพิเศษช่วงเปิดตัวใหม่ เพียงซองละ 29 บาท (จากราคาปกติ 39 บาท)

พรีเมียร์ลีก JAS และสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ  ต่อต้านการละเมิดลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลในไทย

การละเมิดลิขสิทธิ์ไม่ใช่เรื่องที่ไม่มีผู้ได้รับผลกระทบ มันสร้างความเสียหายต่อผู้บริโภค บั่นทอนธุรกิจที่ถูกกฎหมาย และทำให้รายได้ที่ควรนำไปสนับสนุนการลงทุนเพื่อพัฒนาวงการฟุตบอลและเศรษฐกิจท้องถิ่นลดลง

More like this