เกษตรปลอดสารพิษ  เวียดนามหรือไทย ใครจะแตะเส้นชัยก่อน

Published on

ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้ขาดแคลนแรงงานในบางสาขาอาชีพโดยเฉพาะภาคเกษตรไทย เรื่องนี้จึงน่าเป็นห่วงอย่างยิ่งว่าแรงงานต่างด้าวซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญจะอยู่กับเราไปได้อีกกี่ปี ถ้าเทียบกับประเทศเวียดนามแล้วสิ่งหนึ่งที่ได้เปรียบไทยมากคือ มีประชากรที่เต็มไปด้วยหนุ่มสาวซึ่งเป็นวัยแรงงานที่แข็งแรง

นอกจากนี้ความเจริญในด้านอื่นๆ ของเวียดนามที่มีทั้งรถไฟฟ้าลอยฟ้า (Sky Train) และรถไฟฟ้าใต้ดิน (Sub Way) ที่กำลังก่อสร้างกันอย่างขยันขันแข็ง รวมถึงสนามบินที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนก็กำลังสร้างใกล้จะสำเร็จแล้ว และก็อีกไม่นาน “การเจริญเติบโตของประเทศไทยเรา อาจจะถูกทิ้งแบบไม่เห็นฝุ่นจากเวียดนาม”

เมื่อเร็วๆ นี้ มีโอกาสได้รับเชิญให้ไปศึกษาดูงานจากบริษัทแห่งหนึ่งในประเทศเวียดนาม ซึ่งมียอดขายประมาณพันกว่าล้านบาท และติดอันดับต้นๆ ของประเทศ พร้อมกับเดินทางไปชมสวนส้มต่างจังหวัด ห่างจากเมืองฮานอยประมาณ 100 กิโลเมตร ซึ่งมีการบริหารจัดการได้ค่อนข้างดี ทำในรูปแบบที่ปลอดภัยไร้สารพิษ และเป็นที่นิยมไปอย่างแพร่หลาย เหมือนในประเทศไทยเช่นเดียวกัน เพียงแต่เขาจะปลูกค่อนข้างชิดกันไปหน่อย แต่ฟอร์มของต้น การตั้งลำแข้งของลำต้นและทรงพุ่มทำได้ค่อนข้างดี ไม่มีกิ่งฉีกแขนงจากพื้นดินขึ้นมา การดูแลบำรุงดินก็ให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องของการใช้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก และควบคุมรสชาติอย่างเข้าอกเข้าใจ

จากระยะเวลาเพียง 2 วันที่ทีมงานของบริษัทฯ ได้สรุปภาพรวมเศรษฐกิจภาคเกษตรให้ฟัง ทำให้ได้ซึมซับแนวคิดของคนเวียดนามพอสมควร ว่าทำไมเวียดนามจึงส่งออกข้าวแข่งกับไทยได้อย่างสูสี และบางปีก็แซงเป็นแชมป์ส่งออกข้าวเหนือไทยเราได้อย่างง่ายดาย น่าห่วงเหมือนกันว่าทั้งส้ม ลำไย ทุเรียน ถ้าเวียดนามสามารถพัฒนาได้ดีกว่าไทย เราอาจจะเสียโอกาสในการส่งออกไปยังประเทศจีนก็เป็นได้ เนื่องจากเวียดนามกับจีนนั้นมีพรมแดนประชิดติดกัน ทำให้สะดวกและได้เปรียบในเรื่องการขนส่งกว่าหลายเท่า

พูดถึงแนวทางการพัฒนาประเทศภาคการเกษตรของเวียดนาม ก็มีส่วนคล้ายและใกล้เคียงกับประเทศเรามาก มีการกำหนดทิศทางหรือโรดแมปอย่างชัดเจนว่าภายในระยะเวลาอันสั้น เวียดนามจะต้องเลิกใช้สารพิษในภาคการเกษตรให้ได้ ในบ้านเราเองก็กำลังต่อสู้เช่นกัน จากข่าวที่หัวเรือใหญ่เรื่องปลอดสารพิษอย่าง “อาจารย์ยักษ์” วิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกาศท้ารบสารเคมีอันตรายทั้ง 3 ชนิด ได้แก่ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส ไกลโฟเสต ด้วยจุดยืนที่หนักแน่น!! “ไม่มีคำว่าลด ต้องเลิกใช้เท่านั้น และต้องเลิกทันที” แต่สุดท้ายก็ ตามสูตรทดเวลา…ที่ต้องยื้อออกไป ทั้งๆ ที่รู้ว่าอันตรายร้ายแรงสักแค่ไหน ทำให้ต้องรอลุ้นว่าระหว่างไทยกับเวียดนาม ใครจะประกาศชัยชนะเรื่องนี้ก่อน

ทั้งหมดทั้งปวงนี้ ก็แค่อยากให้ประชาชนคนไทยโดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรควรให้ความสำคัญกับอาชีพและพัฒนาให้เกิดมูลค่าเพิ่ม สร้างความแตกต่างให้กับสินค้าภาคการเกษตรของเรา โดยการตั้งใจทำเกษตรกรรมในรูปแบบที่ปลอดภัยไร้สารพิษ ให้มีความชำนาญยิ่งๆ ขึ้น มิฉะนั้นเราอาจตามพี่น้องเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา พม่า ลาว และโดยเฉพาะเวียดนาม ได้ไม่ทันการณ์

บทความโดย

นายมนตรี บุญจรัส

กรรมการผู้จัดการบริษัท ไทยกรีน อะโกร จำกัด (ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ)

Latest articles

เปิดตัว NEW MG URBAN สร้างสีสันใหม่ให้กับวงการยานยนต์

ซีพี และ  เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย พลิกโมเดลการตลาดครั้งสำคัญในการเปิดตัวยนตรกรรมแฮทช์แบ็คไฟฟ้ารุ่นใหม่ NEW MG URBAN ผ่านกลยุทธ์การสื่อสารที่ฉีกกรอบเดิมสู่การสร้างประสบการณ์ใหม่ภายใต้แนวคิด “NEW MG URBAN City Takeover” ที่เปลี่ยนแลนด์มาร์กสำคัญทั่วกรุงเทพมหานครให้เป็น “สีม่วง” เพื่อถ่ายทอดความโดดเด่นของ NEW MG URBAN ที่สามารถเข้าถึงไลฟ์สไตล์คนเมือง

มาสเตอร์การ์ดและเครสเซนต์เรตติ้งชี้โอกาสด้านการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับชาวมุสลิม

ไทยยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนเป้าหมายในการเป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวและกีฬา รายงานฉบับใหม่ของมาสเตอร์การ์ดและเครสเซนต์เรตติ้งชี้ให้เห็นถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นของการท่องเที่ยวเชิงกีฬาที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิม ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 21 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทั่วโลกภายในปี 2573 หากจุดหมายปลายทางและผู้จัดงานต่าง ๆ เสริมสร้างความครอบคลุมและความมั่นใจตลอดเส้นทางการเดินทาง

เนสท์เล่ ลงนาม MOU กับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ พัฒนาสายพันธุ์กาแฟคุณภาพ

บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด และมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อร่วมกันพัฒนาสายพันธุ์กาแฟคุณภาพ พร้อมส่งเสริมการปลูกกาแฟอย่างยั่งยืนในพื้นที่ภาคเหนือและพื้นที่อื่น ๆ และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเพาะปลูกกาแฟตามแนวทางการเกษตรเชิงฟื้นฟู

Booking.com เผยความย้อนแย้งระหว่างวัยของผู้เดินทางเรื่องแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนผ่านรายงานด้านการเดินทางอย่างยั่งยืนประจำปี 2569

Booking.com ได้เผยแพร่รายงานการเดินทางอย่างยั่งยืนประจำปี 2569 ซึ่งเป็นรายงานประจำปีครบรอบ 11 ปี เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงลึกจากผู้เดินทางและเข้าใจทัศนคติรวมถึงสิ่งที่ผู้เดินทางให้ความสำคัญในด้านผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากการเดินทาง จากผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 32,500 คน จาก 35 ประเทศทั่วโลก

More like this