“พล.อ.ฉัตรชัย” ลงพื้นที่ “ชุมชนร่วมใจ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

Published on

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงาน “พัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ชุมชนร่วมใจ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ณ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพคนพิการ(ศูนย์ล้อไม้บ้านทรัพย์สมบูรณ์) อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น โดย สสส. ได้ดำเนินโครงการพัฒนาเครือข่ายคนพิการ และพัฒนาศูนย์เรียนรู้คนพิการด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จังหวัดขอนแก่น ร่วมกับมูลนิธิพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนเพื่อคุณภาพชีวิตดี มูลนิธินวัตกรรมทางสังคม และภาคีเครือข่ายคนพิการ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพคนพิการ ลดข้อจำกัดที่เกิดขึ้นในกระบวนการจ้างงานคนพิการ การสร้างประสิทธิภาพของกลไกการสร้างโอกาสการเข้าถึงอาชีพและการมีรายได้ที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต

พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า การพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ถือเป็นการดำเนินงานที่สำคัญ โดยเฉพาะการสนับสนุนให้เครือข่ายคนพิการมีศักยภาพ มีอาชีพสร้างรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัว รวมทั้งการเปิดพื้นที่ให้คนพิการได้มีโอกาสมีส่วนร่วม มีปฏิสัมพันธ์กับสังคม สร้างการมีส่วนร่วมระหว่างคนพิการและคนไม่พิการผ่านการทำงาน ถือเป็นการลดช่องว่างและความเหลื่อมล้ำในสังคม และเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งมั่นในการดำเนินงานเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ การยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการในทุกด้าน ให้สามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

“การพัฒนารูปแบบงานที่สอดคล้องกับบริบทของคนพิการที่อยู่นอกเขตเมือง คนพิการที่ไม่สามารถย้ายถิ่นฐานเข้าสู่การทำงานในตลาดแรงงาน ใน 3 แนวทาง คือ 1. การจ้างงานประจำในหน่วยงาน อาทิ รพ.สต., อบต., โรงเรียน, ศูนย์เด็กเล็ก 2. การจ้างงานบริการสังคม หรือ 3. การส่งเสริมอาชีพอิสระ ในกลุ่มผู้พิการรุนแรงที่ไม่สามารถเข้าสู่การทำงานในหน่วยงานได้ อาทิ การปลูกเห็ด เลี้ยงสัตว์ ผลิตสินค้ากระเป๋า งานไม้ ล้วนเป็นโมเดลที่ตอบโจทย์ตามสมรรถนะและบริบทที่เหมาะสมกับสภาพความพิการ ซึ่งผมเชื่อว่าจากโมเดลการดำเนินงานของจังหวัดขอนแก่นนี้ จะเป็นต้นแบบในการเดินหน้าและขยายผลไปสู่เป้าหมายให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่ต่างๆ และสนับสนุนอาชีพคนพิการตามแนวทางประชารัฐให้ได้ตามเป้าหมาย 55,445 อัตราทั่วประเทศ ได้ภายในปี 2562 นี้” พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า ปัจจุบัน สสส.มีภาคีเครือข่ายร่วมดำเนินงานในพื้นที่ 1,773 หน่วยงานทั่วประเทศ โดยในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เน้นการใช้องค์ความรู้ในการขยายเครือข่ายคนพิการ และผู้ดูแลให้รวมตัวร่วมคิดร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และร่วมทำงานจนพึ่งตนเองและพึ่งพากันเองได้ และเป็นที่ยอมรับของชุมชน มีกระบวนการทำงานที่โดดเด่น สามารถสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม ในรูปแบบประชารัฐดูแลคนพิการ และส่งผลให้เกิดการจ้างงานคนพิการตามมาตรา 33 และ 35 ในหน่วยงานต่างๆ นอกจากนั้นยังเกิดโครงการสำคัญ อาทิ ศูนย์ล้อไม้คนพิการบ้านทรัพย์สมบูรณ์ โดยสนับสนุนคนพิการที่มีศักยภาพให้พัฒนาผลิตภัณฑ์จนพึ่งตนเองได้, ธนาคารต้นไม้ ที่เชื่อมโยงและพัฒนาให้เกิดการจัดทำแผนธุรกิจเพื่อสังคม เป็นโมเดลรองรับ พรบ.วิสาหกิจชุมชนด้านสุขภาพ คนพิการสามารถระดมทรัพยากรในพื้นที่มาแปรรูป เป็นต้นทุนในการผลิต เพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ในเชิงธุรกิจ จนเกิดรายได้ให้แก่คนพิการ และผู้ดูแลคนพิการได้

Latest articles

บำรุงราษฎร์ชูโมเดลดูแลอัลไซเมอร์  เปิดมิติใหม่ตรวจแม่นยำ ชะลอโรคระยะแรก  

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ชูแนวทางดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์แบบองค์รวมรับมือสังคมสูงวัย ผสานความเชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยา จิตเวชผู้สูงอายุ เวชศาสตร์ผู้สูงอายุ และโภชนศาสตร์คลินิก ตั้งแต่การวินิจฉัย การรักษา ไปจนถึงการดูแลระยะยาว

ป.ย.ป. โชว์ผลสำเร็จโครงการขับเคลื่อนเพื่อสร้างสรรค์เศรษฐกิจด้วยทุนทางวัฒนธรรม ปั้นเยาวชนรุ่นใหม่

“โครงการขับเคลื่อนเพื่อสร้างสรรค์เศรษฐกิจด้วยทุนทางวัฒนธรรม” มุ่งยกระดับทุนทางวัฒนธรรมไทยสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ผ่านการพัฒนาศักยภาพเยาวชนให้ก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการวัฒนธรรมรุ่นใหม่ พร้อมจัดการประกวดคัดเลือกสุดยอดต้นแบบผลงานของเยาวชนสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ระดับประเทศ เพื่อส่งเสริมผลงานที่มีศักยภาพในการต่อยอดเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม

ททท. เปิดตัว TOURISM PRODUCT HIGHLIGHT 2027 ชู 5 ทิศทางพัฒนาสินค้าท่องเที่ยวไทย

ททท. มุ่งขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยตามแนวคิด Value over Volume ภายใต้ยุทธศาสตร์ “Transform Together” โดยให้ความสำคัญกับการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพและเพิ่มมูลค่าจากการเดินทาง

จากความห่วงใยสู่ทักษะที่อาจช่วยชีวิต แลคตาซอย เดินหน้าส่งต่อความรู้ CPR ให้สังคมไทย

เหตุฉุกเฉินเป็นเรื่องใกล้ตัวที่อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่คาดคิด ไม่ว่าจะเป็นภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันหรือการสำลักอาหาร และในช่วงเวลาที่ทุกวินาทีมีความหมาย การมีความรู้และทักษะการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานอาจช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับคนรอบข้างได้

More like this