ไข้เลือดออก ป่วยแล้วป่วยอีกได้ไม่เลือกวัย พายุเข้าต้องระวังไว้

Published on

ช่วงนี้หลายพื้นที่ในประเทศไทยมีฝนตก น้ำท่วมขัง อันเป็นทราบกันดีว่า เป็นที่มาของโรคไข้เลือดออก จากแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย หลายคนทราบดีถึงการป้องกันโรคไข้เลือดออกจากการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย แต่ยังมีอีกหลายคนที่ยังมีความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้อยู่มาก

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า พายุโซนร้อนเบบินคาที่จะเข้าไทยและมีผลทำให้ไทยมีฝนตกในหลายพื้นที่ กรมควบคุมโรค ขอให้ประชาชนระวังโรคและ ภัยสุขภาพต่างๆ ที่จะมาพร้อมกับพายุ โดยเฉพาะโรคไข้เลือดออก ที่คาดว่าจะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย

สถานการณ์โรคไข้เลือดออกจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 13 สิงหาคม 2561 พบผู้ป่วยกระจายทั่วประเทศ แล้ว 44,422 ราย เสียชีวิต 54 ราย โดยผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่ผ่านมา 3,328 ราย กลุ่มวัยเรียน (อายุ 10-14 ปี) ป่วยมากที่สุด ส่วนผู้เสียชีวิตมีจำนวนเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มวัยผู้ใหญ่ อายุ 35 ปีขึ้นไป

การประเมินการรับรู้ประชาชนของกรมควบคุมโรค (DDC Poll) เรื่องโรคไข้เลือดออก พบว่าประชาชนมีความเข้าใจผิดในหลายประเด็น เช่น ร้อยละ 28.6 คิดว่าผู้ใหญ่ไม่สามารถป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกได้ และร้อยละ 11.8  คิดว่าโรคไข้เลือดออกสามารถซื้อยาแผนปัจจุบันทานเองได้ เป็นต้น กรมควบคุมโรค ขอให้ข้อมูลว่า ประชาชนทุกคนทั้งเด็กและผู้ใหญ่สามารถป่วยโรคไข้เลือดออกได้มากกว่า 1 ครั้ง เนื่องจากโรคไข้เลือดออกมีด้วยกัน 4 ชนิด (ซีโรไทป์) การป่วยแต่ละครั้งจะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ การซื้อยาทานเอง อาจเสี่ยงต่อการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น หากมีอาการไข้สูงเฉียบพลันและไข้นานเกินกว่า 2 วัน  อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย อาจมีผื่นขึ้นใต้ผิวหนังตามแขนขา ข้อพับ ต้องรีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลโดยเร็ว เพื่อรับการวินิจฉัย หลีกเลี่ยงการซื้อยาทานเอง ทั้งนี้ ขอความร่วมมือร้านขายยาทั่วประเทศ งดจำหน่ายยาลดไข้ประเภท NSIADs ทั้งชนิดฉีดและรับประทาน พร้อมแนะนำให้ผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายโรคไข้เลือดออกไปตรวจวินิจฉัยที่โรงพยาบาลใกล้เคียงโดยเร็ว

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวอีกว่า 6 พื้นที่ที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ 1.โรงเรือน (บ้าน/ชุมชน)  2.โรงเรียน(สถานศึกษา/สถานเลี้ยงเด็กเล็ก)  3.โรงพยาบาล  4.โรงแรม/รีสอร์ท  5.โรงงาน/กลุ่มอุตสาหกรรม  และ 6.โรงธรรม (วัด/มัสยิด/โบสถ์) โดยขอให้ประชาชนยึดหลัก 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค ได้แก่  1.เก็บบ้านให้สะอาด ไม่รกทึบจนเป็นที่เกาะพักของยุงลาย  2.เก็บขยะ เศษภาชนะที่อาจมีน้ำขังไม่ให้กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย และ 3.เก็บภาชนะใส่น้ำปิดฝาให้มิดชิด ป้องกันไม่ให้ยุงลายลงไปวางไข่ เพื่อป้องกัน 3 โรค ได้แก่ โรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และโรคไข้ปวดข้อยุงลาย หากประชาชนมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

 

Latest articles

COVERMARK จัดแคมเปญ “Treat Your Day” พร้อมมอบโปรสุดพิเศษ

COVERMARK THAILAND (คัฟเวอร์มาร์ค ประเทศไทย) ในเครือ โอซีซี กรุ๊ป จัดแคมเปญพิเศษ “Treat Your Day ผิวพร้อมตั้งแต่เช้า เมคอัพสวยทั้งวัน” เชิญชวนลูกค้ารับบริการวิเคราะห์ สภาพผิวเบื้องต้น และทดลองผลิตภัณฑ์ TREATMENT DAY CREAM

ชวนรู้จัก “กองทุน DE” โอกาสสนับสนุนโครงการดิจิทัลของคุณ

กองทุนดีอี ถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่เป็นกลไกทางการเงินของรัฐ ที่มุ่งส่งเสริม สนับสนุน และลงทุนในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาดิจิทัลของประเทศ ครอบคลุมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน  ที่มีความพร้อมในการดำเนินโครงการด้านดิจิทัล ซึ่งสะท้อนถึงการเปิดกว้างและการส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการพัฒนาประเทศ

ภูเก็ต เปิดตัว “Shopping List ยกระดับทุนทางวัฒนธรรม สู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ระดับนานาชาติ

จังหวัดภูเก็ต โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต เดินหน้ายกระดับทุนทางวัฒนธรรมสู่การพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เปิดตัว “Shopping List ทุนทางวัฒนธรรมตามเส้นทางท่องเที่ยว” ภายใต้โครงการ “ยลงานศิลป์ วิถีถิ่นภูเก็ตสู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์”

เปิดยุทธศาสตร์ “จีนยุคใหม่” ถอดรหัส “แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15” ผ่านเวที วทจ. รุ่น 8

“จีน” ยังคงเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจที่ทั่วโลกจับตา ทั้งด้านการค้า การลงทุน เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ขณะที่ความสัมพันธ์ไทย–จีน ซึ่งมีความแน่นแฟ้นยาวนานกว่า 50 ปี ก็กำลังก้าวเข้าสู่มิติใหม่ของความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ที่ไม่ได้จำกัดเพียงด้านเศรษฐกิจ หากแต่ครอบคลุมถึงการพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม และการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน

More like this