กรมควบคุมโรค เปิดตัว EEC Public Health Watch

Published on

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เร่งเดินหน้าภายใต้ยุทธศาสตร์เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor Strategy : EEC) มุ่งสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา โดยเน้นเป้าหมายคือประชาชนและคนวัยทำงานมีสุขภาพดี โรงพยาบาลมีคุณภาพ  นักท่องเที่ยวเข้าถึงบริการ สร้างรายได้และชื่อเสียงให้ประเทศ

นพ.สุเทพ เพชรมาก  ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขต 6 ประธานเปิดการประชุม พร้อมด้วย ดร.พญ.ฉันทนา  ผดุงทศ  ผู้อำนวยการสำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค ร่วมเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “เตรียมความพร้อมเฝ้าระวังสุขภาพประชาชนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก : EEC Public Health Watch”

นพ.สุเทพ กล่าวว่า การดำเนินงานครั้งนี้ เพื่อมุ่งสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งสอดคล้องกับที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้พื้นที่ EEC อยู่ภายใต้นโยบายการดำเนินงานในพื้นที่เขตสุขภาพพิเศษ ตามแผนปฏิบัติการสาธารณสุขเขตสุขภาพพิเศษ พ.ศ.2560–2564  มีเป้าหมายคือประชาชนและคนวัยทำงานมีสุขภาพดี โรงพยาบาลมีคุณภาพ นักท่องเที่ยวเข้าถึงบริการ สร้างรายได้และชื่อเสียงให้ประเทศ  โดยเน้นดำเนินการ 5 มาตรการ ดังนี้ 1.พัฒนาระบบเฝ้าระวังสุขภาพ 2.พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับบริการสุขภาพ 3.ส่งเสริมป้องกันโรคและจัดการภัยสุขภาพ 4.พัฒนาศักยภาพอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม และ 5.ส่งเสริมธุรกิจบริการสุขภาพ  จากนั้นพัฒนาต่อยอดให้เป็น EEC Public Health Watch ซึ่งเป็นแนวคิดในการนำข้อมูลจากระบบเฝ้าระวัง อาทิ ข้อมูลในพื้นที่ ผลการตรวจวัดสิ่งแวดล้อม ข้อมูลจากห้องปฏิบัติการ เป็นต้น โดยทางศูนย์ EEC Public Health Watch จะทำการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อนำข้อมูลไปสู่การเตือนภัย พยากรณ์ และขับเคลื่อนนโยบาย ซึ่งจะได้ระบบเฝ้าระวังสุขภาพกรณีมลพิษสิ่งแวดล้อมต่อไป

ด้าน ดร.พญ.ฉันทนา กล่าวเพิ่มเติมว่า ท่านอธิบดีกรมควบคุมโรค (นพ.สุวรรณชัย  วัฒนายิ่งเจริญชัย) ได้มีนโยบายให้เตรียมความพร้อมและเฝ้าระวังสุขภาพประชาชนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงานให้มีสุขภาพดี  ที่ผ่านมากรมควบคุมโรค โดยสำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินการพัฒนาระบบเฝ้าระวังโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ EEC มาอย่างต่อเนื่อง  โดยจัดทำฐานข้อมูลสุขภาพด้านอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา และในการประชุมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดนโยบาย แนวทางการดำเนินงาน เพื่อเตรียมความพร้อมในการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค และภัยสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลการดำเนินงาน ในครั้งนี้เป็นการเริ่มต้นการดำเนินงาน (Kick off) EEC Public Health Watch และขยายผลจัดตั้งศูนย์ EEC Public Health Watch ขึ้นที่ จ.ระยอง จากนั้นจะเปิดศูนย์ดังกล่าวอย่างเต็มรูปแบบในปี 2562 โดยทำงานภายใต้คณะทำงานจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง  ทั้งนี้ ในเบื้องต้นทางกรมควบคุมโรค  จะทำการ Open House “เปิดประตูสู่การเฝ้าระวังที่ยั่งยืน” EEC Public Health Watch ตรวจจับฉับไว เพื่อการแก้ไขที่รวดเร็ว ณ ศูนย์พัฒนาวิชาการอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม จ.ระยอง ในวันที่ 27 สิงหาคม 2561 ที่จะถึงนี้

สำหรับประโยชน์ของศูนย์ EEC Public Health Watch มีดังนี้ 1.ประโยชน์ต่อประชาชน สามารถเข้าถึงความรู้และข้อมูลด้านสุขภาพ นำไปสู่การป้องกันและดูแลสุขภาพตนเอง สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในยุค Digital T transformation ที่กำหนดให้หน่วยงานภาครัฐจะต้องบูรณาการข้อมูลประชาชนเพื่อมุ่งสู่การให้บริการเชิงรุก 2.ประโยชน์ต่อผู้ร่วมดำเนินการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรคที่อาจจะเกิดขึ้นจากการพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ตามบริบทและบทบาทหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน

 

Latest articles

หัวเว่ย เปิดตัว 4 นวัตกรรมเปลี่ยนเกมเร่งเครื่อง AI เพื่อการแพทย์ในประเทศไทย

หัวเว่ย จัดงาน “Huawei AI+ Healthcare Summit” ภายใต้งาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026...

RANONG MUSIC FESTIVAL 2026 เทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในจังหวัด

จังหวัดระนอง โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด ผนึกกำลังจัดงาน  “RANONG MUSIC FESTIVAL 2026” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดระนอง ภายใต้ธีม “BOUNCE Beyond the Horizon” สนุกกันให้สุดขอบฟ้า

Maguro Group เปิดตัวแบรนด์ “หลาย” รุกตลาดอาหารอีสานร่วมสมัย  

จุดเด่นของ "หลาย" อยู่ที่รสชาติอีสานแท้จัดจ้านที่เข้าถึงง่าย ด้วยการคัดสรรวัตถุดิบแท้และเครื่องเทศดั้งเดิมตามสูตรต้นตำรับอาหารอีสาน นำมาใส่ในเมนูที่คุ้นเคย อาทิ ส้มตำ ลาบ น้ำตก ยำ ต้มแซ่บ ย่าง และอาหารทะเลย่างอย่างกุ้งแม่น้ำย่าง

Gartner Predicts Most Privacy Incidents Will Stem from AI-Generated Inferences by 2029

 By 2029, most privacy incidents will result not from the direct exposure of personally identifiable information (PII), but from AI-generated inferences about individuals, according to Gartner, Inc., a business and technology insights company.

More like this