“ข่วงกำกึ๊ดล้านนา” เสริมพลังเครือข่ายสุขภาพดีภาคเหนือ

Published on

สสส. ผนึกภาคีสร้างเสริมสุขภาพ จัดเวที “สานงาน เสริมพลัง ภาคีเครือข่ายสุขภาวะภาคเหนือตอนบน : ข่วงกำกึ๊ดล้านนา” เร่งจุดประกาย แลกเปลี่ยนองค์ความรู้งานสร้างเสริมสุขภาพระดับภูมิภาค ใน 5 ประเด็นหลัก เชื่อมประสานเครือข่ายสนับสนุนการขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพ

นายประจวบ กันธิยะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงานเวที  “สานงาน เสริมพลัง ภาคีเครือข่ายสุขภาวะภาคเหนือตอนบน : ข่วงกำกึ๊ดล้านนา”  จัดโดยสำนักภาคีสัมพันธ์และวิเทศสัมพันธ์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ แกนนำภาคีเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน กว่า 25 ภาคี มีผู้เข้าร่วมกว่า 800 คน โดยนายประจวบ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ถือเป็นเมืองศูนย์กลางของภาคเหนือที่มีความโดดเด่นหลายด้าน อาทิ การท่องเที่ยว การศึกษา ธุรกิจการค้าและบริการ ตลอดจนมีความงดงามทางวัฒนธรรมที่เป็นเสน่ห์ของจังหวัดเชียงใหม่ โดยจังหวัดเชียงใหม่ มีต้นแบบพื้นที่และแหล่งเรียนรู้สุขภาวะ ที่พร้อมให้ทุกคนเข้ามาแลกเปลี่ยน และนำไปขยายแนวทางการทำงานสร้างเสริมสุขภาพให้เข้มแข็งต่อไป

นพ.วีระพันธ์ สุพรรณไชยมาตย์ รองประธานกรรมการกองทุน คนที่ 2 สสส. กล่าวว่า สสส. สนับสนุนและส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาวะและคุณภาพชีวิตที่ดี โดยสามารถควบคุมพฤติกรรมสุขภาพตนเอง รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงบริบททางสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยใช้ยุทธศาสตร์ “ไตรพลัง” ได้แก่ พลังปัญญา พลังนโยบาย และพลังสังคม เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการสร้างเสริมสุขภาพร่วมกับทุกภาคส่วน ซึ่งปัจจุบัน สสส. ทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายกว่า 18,000 โครงการ มีภาคีเครือข่ายในหลากหลายองค์กรกระจายอยู่ทุกภูมิภาค สสส. ไม่ได้สนับสนุนเฉพาะงบประมาณ แต่ยังให้การสนับสนุนในเชิงวิชาการ องค์ความรู้ การบริหารจัดการ และการสร้างเครือข่าย ซึ่งการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เป็นโอกาสดีในการสนับสนุนให้ภาคีเครือข่ายมองเห็นช่องทางในการทำงานร่วมกันในระดับภูมิภาค ภาคเหนือตอนบน และยังเป็นเวทีนำเสนอ “ผลงานสร้างเสริมสุขภาพ” ที่เป็นรูปธรรมชัดเจน เพื่อประโยชน์ในการยกระดับการขับเคลื่อนงานสุขภาวะ ทั้งเชิงพื้นที่และเชิงนโยบายให้มีความกว้างขวางและยั่งยืนต่อไป

นายณัฐพันธุ์ ศุภกา รักษาการผู้อำนวยการสำนักภาคีสัมพันธ์และวิเทศสัมพันธ์ สสส. กล่าวว่า  กระแสการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านเศรษฐิจ สังคมและเทคโนโลยี ทั้งภายในและภายนอกประเทศ เป็นไปอย่างรุนแรงและรวดเร็ว การเชื่อมโยงภาคีเครือข่ายเพื่อพร้อมรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง ให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลการทำงาน ให้เกิดการหนุนเสริมซึ่งกันและกันในระดับพื้นที่ จึงเป็นสิ่งจำเป็นต่อการขับเคลื่อนงานตามบริบทพื้นที่ จากกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านภาคีเครือข่ายได้ร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์ และการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ โดยได้สรุปประเด็นสำคัญเพื่อใช้ขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาวะในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ได้แก่ 1.อาหารที่พอเพียง ปลอดภัย และเข้าถึงอย่างมั่นคง โดยมีกระบวนการพัฒนาเกษตรกรให้เกิดทักษะในกระบวนการผลิตที่ปลอดภัยตลอดจนการแปรรูปผลผลิต การพัฒนาช่องทางการตลาดที่สามารถสร้างรายได้และสร้างอาหารปลอดภัยสู่สังคม   2.ชุมชนจัดการตนเองบนฐานสังคมและวัฒนธรรมล้านนา ที่สนับสนุนกระบวนการพัฒนาในกลุ่มประชากรทุกช่วงวัย 3.การจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพ  4.เหลียวหลัง แลหน้า เสริมคุณค่าสร้างความมั่นคงชีวิตบนฐานพหุชาติพันธุ์  และ 5.กินอยู่ ฮู้ฮัก รักษ์สิ่งแวดล้อม ทั้งนี้หัวใจของการจัดงานเพื่อเป็นเวทีให้ภาคีเครือข่ายสุขภาวะล้านนา แชร์ และโชว์ผลของการทำงานทั้ง 5 ประเด็น โดยเชื่อมั่นว่าทุกฝ่ายจะได้เห็นนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพจากงานนี้ และนำไปสู่การเชื่อมกันในการขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพต่อไป

 

Latest articles

MAGURO จับมือ ONYX Hospitality ส่งแคมเปญ “กินแล้วได้เที่ยว เที่ยวแล้วได้กิน” เริ่ม 15 ต.ค. 69 – 31 มี.ค. 70

MAGURO GROUP ผู้นำธุรกิจร้านอาหารระดับพรีเมียมและแมสพรีเมียมในประเทศไทย จับมือ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ซึ่งครบรอบ 60 ปีในปีนี้ ส่งต่อสิทธิประโยชน์ระหว่างสมาชิก Give More+ Club...

โบ เพียว เอ็กซ์ จัดงานใหญ่ ชวนสัมผัสตัวตน “แบมแบม” ในฐานะ The Icon of Xpression Beauty

โบ เพียว เอ็กซ์ (BO PURE X) จัดงานแถลงข่าวอย่างยิ่งใหญ่ “Xpression Beauty – See More Me” พาทุกคนมาร่วมสัมผัสประสบการณ์จริงพร้อมกันอย่างเป็นทางการครั้งแรกของ “แบมแบม – กันต์พิมุกต์ ภูวกุล” (BamBam) ในฐานะ The Icon of Xpression Beauty

เมื่อศิลปะไร้ขีดจำกัด ถึงเวลาที่สังคมต้องก้าวข้ามข้อจำกัดทางความคิด

มูลนิธิอาร์ตโนแฮนด์ จับมือ 6 องค์กรศิลปะเพื่อผู้พิการ เปิดนิทรรศการ “ART FOR CHANGE BEYOND ABILITY” รวมพลังศิลปินพิการ ถ่ายทอดผลงานกว่า 300 ชิ้น ชวนสังคมมองเห็นคุณค่าของมนุษย์ผ่านงานศิลปะ

ถอดโมเดลเส้นทางสู่อุตสาหกรรมเกษตรคาร์บอนต่ำของกลุ่มมิตรผล

รายงาน State of the Global Climate 2025 ขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ระบุว่า ช่วงปี 2015-2025 เป็น 11 ปีที่โลกร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคการเกษตรและความมั่นคงทางอาหารทั่วโลก

More like this