สังคมปิ่นโต “กินเอง ล้างเอง นักเลงพอ” เทรนด์ใหม่ใจกลางกรุง

231

พลังอันยิ่งใหญ่ ล้วนเกิดจากการรวมตัวของสิ่งเล็กๆ เช่นเดียวกับจิตสำนึกในความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม จำเป็นที่จะต้องเริ่มจากตัวเราเอง 

Advertisement

หลายท่านทราบว่าพลาสติกกำลังเป็นปัญหาระดับโลก คงไม่ต้องคิดอื่นคิดไกล เพราะเพียงเวลา 1 นาที คนในกรุงเทพฯ สร้างถุงพลาสติกที่ใช้แล้วถึง 50,000 ถุง และนี่คือส่วนหนึ่งของตัวเลขที่ระบุว่า คนทั่วโลกใช้ถุงพลาสติกอย่างน้อย 500,000 ล้านใบต่อปี

ถุงพลาสติกหรือพลาสติกที่ใช้แล้ว อย่างขวดน้ำ แก้ว หลอดดูด สร้างปัญหาต่างๆ นานา โดยเฉพาะปัญหาขยะทางทะเล ที่ส่งผลต่อชีวิตของสัตว์ ประเด็นเหล่านี้ จึงเป็นที่มาของวาระการณรงค์ระดับสากล

สำหรับตัวเราเอง แม้จะยอมรับว่า การเลิกใช้ถุงพลาสติก อาจจะยังไม่เอื้ออำนวยในการใช้ชีวิตมากนัก แต่ไม่ยากที่จะเริ่มต้นฝึกฝน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางดีๆ เพื่อโลกได้

ก่อนหน้านี้เราเคยเดินทางไปยัง “ตลาดนัดธรรมชาติ” ที่ฐานธรรมธุรกิจ พระราม 9 บริเวณถนนพระราม 9 ซอย 17 (เดิมเป็นอาคารโรงเรียนชาญวิทย์ที่ปิดตัวไปแล้ว) ได้พบเจอกับผลิตผลทางการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  พืชผักและผลิตภัณฑ์ปลอดสารพิษ จากเครือข่ายเกษตรกรโดยตรง นอกจากนั้น ที่แห่งนี้ยังมีกิจกรรมหมุนเวียนให้เรียนรู้กันอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดเราก็ได้กลับไปอีกครั้ง ด้วย 2 ประเด็นหลักที่ค่อนข้างจะส่วนตัวมาก คือ ต้องการหาข่าอ่อน ใช่แล้ว “ข่าอ่อน” ที่ไม่ใช่ “ขาอ่อน” ในย่านช้อปปิ้งกลางเมือง ซึ่งเป็นข่าตลาดใกล้บ้านไม่มีขาย แม้จะมีข่า ก็มีแต่ข่าแก่ที่ใช้ผสมเพิ่มรสชาติในแกง แต่เคี้ยวกินไม่อร่อย เพราะแก่ สาก และเหนียว

ข่าอ่อนเป็นหัวข่าน้อยๆ  เนื้อสีขาว เปลือกชมพู ก้านสีเขียว นำมาปรุงอาหารประเภทแกงกะทิได้อร่อย บางคนบอกว่าเอาไปจิ้มน้ำพริกก็ได้ ถ้าไปตลาดสดใหญ่ๆ ก็อาจจะเจอ แต่เราก็ไม่อยากดั้นด้นไป เพื่อข่าอ่อนเท่านั้น

เพราะอีกเป้าหมายหลักคือ ความคิดถึง “ข้าวยำ”  ที่ตลาดนัดธรรมชาติ ซึ่งจะเปิดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ จะมีร้านข้าวยำสูตรสงขลามาจำหน่าย ด้วยวัตถุดิบสดๆ หอมๆ จากพืชสมุนไพรนานาชนิด คลุกเคล้ากับน้ำข้าวยำแบบกลมกล่อมกำลังดี ชอบเผ็ดหน่อยก็เติมพริกป่นเข้าไป เคียงมากับไข่ต้มและข้าวพองกรอบๆ อร่อยอย่าบอกใคร ถ้าบอกไปแล้วก็ต้องไปลอง ติดใจก็ต้องกลับไปกินแล้วกินอีก สนนราคา 60 บาท สำหรับมื้อสุขภาพดีๆ

กลับไปครั้งนี้ เราได้เห็นมุมมองดีๆ จากการรณรงค์ให้คนที่มาเที่ยวชมตลาด พกถุงผ้าหรือตะกร้ามาจับจ่ายซื้อของ ใครลืมพกมา ก็มีจุดจำหน่ายถุงผ้าของทางตลาด แต่เป็นการขายที่ไม่ได้ตั้งราคา อยากจะจ่ายเท่าไหร่เพื่อแลกกับถุงผ้าก็ได้ เพราะเป้าหมายคือการร่วมลดการใช้ถุงพลาสติกนั่นเอง บางร้านก็มีถุงพลาสติกประเภทย่อยสลายได้ง่ายมาใช้ แต่เขาก็ยอมรับว่า ยังมีเฉพาะไซส์เล็ก ข้าวของขนาดใหญ่ หากมีถุงผ้ามาเองก็จะดีมาก

เดิมทีเราเคยเห็นบางร้านอาหาร ใช้ชามที่ทำจากมันสำปะหลังทดแทนกล่องโฟม แต่กลับมาครั้งนี้ นอกจากกล่องโฟมที่จะไม่มีปรากฎให้เห็นแล้ว ภายในตลาดยังรวมตัวกันใช้จานชามและแก้วน้ำส่วนกลาง เพื่อลดค่าใช้จ่ายจากชามที่ทำจากมันสำปะหลัง

ที่เก๋กว่าเดิมคือ คอนเซ็ปต์ “กินเอง ล้างเอง นักเลงพอ” ให้ลูกค้าที่กินอาหารเสร็จแล้ว ล้างจานของตัวเอง หลายคนอาจจะไม่ชอบ แต่หลายคนก็บอกว่า นี่แหละคือสัจธรรมของความรับผิดชอบ พ่อแม่ผู้ปกครองที่อยากสอนหรือฝึกให้ลูกช่วยงานบ้าน ลองพามาที่ตลาดแห่งนี้ เด็กๆ น่าจะรู้สึกสนุกและภาคภูมิใจกับผลงานของตัวเอง และเข้าใจได้ว่า การล้างจาน ไม่ใช่เรื่องยาก กินเอง ล้างเอง จานสองจาน ไม่ใช่งานหนักเลย

ด้วยเหตุนี้ เราจึงเห็นมิติใหม่ของการเที่ยวตลาด เพราะแอบเห็นหลายคนพกกล่องอาหารหรือปิ่นโตมาด้วย มองไปก็เพลินดี นอกจากจะได้ใช้ภาชนะส่วนตัวแล้ว คุณพี่ท่านหนึ่งยังบอกว่า กินไม่หมดก็เอากลับบ้านได้ อย่างแกงป่าลำไย ตรงหน้าของเขา

ที่ร้านจาก ฟาร์มพอสุข  จ.ชลบุรี มีเมนูน่าสนใจอยู่หลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือ เมนูแบบพื้นๆ แต่ใครเจอเป็นต้องสั่ง ด้วยความสดของผักที่โบกมือทักทาย พร้อมลีลาการเจียวไข่ชะอมฟูๆ ที่หอมฟุ้ง รวมตัวมาเป็นข้าวน้ำพริกไข่เจียวชะอมผักสด ชุดละ 60 บาท ใครที่พกปิ่นโตใบเล็กๆ มา ปริมาณก็จะพอดี ดูน่ารักน่าชัง สร้างความสุขอีกได้อีกแบบ

มาอิ่มกันแล้ว ก็ถึงเวลาเลือกผัก ผลไม้ และผลิตภัณฑ์แปรรูปกลับบ้าน แน่นอนว่าข่าอ่อน ยังอยู่ในรายการลำดับแรกๆ พร้อมด้วยผักสดๆ ที่ไม่ได้สวยมาก เพราะปลูกแบบไร้สารเคมีกันจริงๆ มีรอยแทะรอยช้ำบ้าง แต่กลับมาปรุงอาหารแล้ว ไม่รู้คิดไปเองหรือยังไง มันอร่อย กรอบ หวาน กว่าผักที่ซื้อในตลาดทั่วไป

ครั้งหน้าก็คงตั้งใจไปอีก ถือว่าโชคดีมากที่อยู่ไม่ไกลบ้านมากนัก และไม่ต้องออกต่างจังหวัด ก็ได้สัมผัสกับเกษตรกรตัวจริง ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรคนรุ่นใหม่ ที่มีความรู้ความสามารถ และเดินในแนวทางของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

การปลูกไม้ประดับจากภาชนะที่ไม่ใช้แล้ว
ไอเดียการทำกระถางแขวนต้นไม้สำหรับคอนโด

ใครที่จะไปเที่ยวตลาดแห่งนี้ อย่าลืมพกถุงผ้า หรือภาชนะบรรจุอาหารและเครื่องดื่มไปด้วยจะดีมาก ใครมีปิ่นโตก็อย่าลืมพกติดไป แล้วถ่ายรูปสวยๆ แชร์กันมากๆ เพื่อให้สังคมปิ่นโต เดินหน้าไปพร้อมๆ กับสังคมถุงผ้า เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ที่เรียบง่าย แต่ได้ใจความ บางวันที่มีกิจกรรมปลูกผัก สอนทำปุ๋ย หรือ กิจกรรมต่างๆ จะคึกคักไปด้วยผู้คน และเป็นคนที่มีใจคล้ายคลึงกัน ด้วยความหวังดีต่อธรรมชาติพอๆ กับการมองหาแนวทางดูแลตัวเอง จากการกินอยู่ที่ดี พอเหมาะ พอควร และพอดี

แม้ว่าร้านรวงในตลาดจะไม่มากนัก แต่ความน่ารักมากล้น จนสามารถแบ่งใส่ปิ่นโตกลับมาบ้านได้เลย

(ดูรายละเอียดกิจกรรมของตลาดนัดธรรมชาติได้ที่ Facebook : Thamturakit)