ครีม “ลองกานอยด์” โกอินเตอร์สู่ สปป.ลาว

108

ศ.ดร.อุษณีย์ นำงานวิจัย ครีม “ลองกานอยด์” โกอินเตอร์สู่ สปป.ลาว ต่อยอดพืชผลทางการเกษตร คว้ารางวัลนวัตกรรมนานาชาติ

Advertisement

หลังจากภาครัฐบาลได้เปิดยุคจาก Thailand 4.0 สู่ Stratup ทำให้ธุรกิจหลายประเภทได้ดำเนินการขับเคลื่อนไปตามแนวนโยบาย ทำให้หลายธุรกิจประสบความสำเร็จ หนึ่งในนั้นคือ ลองกานอยด์ (LONGANOID) ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจากสารสกัดจากเมล็ดลำไย พืชผลทางการเกษตรของไทย ทางภาคเหนือ ที่ใคร ๆ มองว่าไร้ค่า แต่มีผู้นำมาค้นคว้าและวิจัย กระทั่งออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ของคนไทยที่โด่งดังระดับโลก เพราะล่าสุดเพิ่งได้รับรางวัลผลิตภัณฑ์นวัตกรรม ระดับนานาชาติ “International Innovation Award 2017” ณ เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน นับว่าเป็นการประกาศศักดาสู่การเป็นผู้นำด้านการใช้นวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ (innovation for value added) ระดับสากล

นายกฤษณ์ ธนาวาณิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า หนึ่งในภารกิจสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่คือ การสนองนโยบายรัฐบาลในการที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจในทุกระดับทุกภาคส่วนของจังหวัดเชียงใหม่ให้สามารถก้าวไปข้างหน้าและก้าวไกลสู่ระดับประเทศและสากล โดยเฉพาะในยุคไทยแลนด์ 4.0 จะต้อง “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ในวันนี้ธุรกิจ SME อย่างครีมลองกานอยด์ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยได้รับรางวัลดีเด่นระดับชาติของชาวเชียงใหม่ ได้ก้าวสู่ระดับสากลเมื่อทาง สปป.ลาว ได้เห็นถึงคุณค่าและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ ได้ติดต่อนำไปจำหน่ายยัง สปป.ลาว นับเป็นมิตรหมายอันดีที่ประตูสู่เศรษฐกิจอาเซียนของไทยได้เปิดกว้างขึ้นมากอีก

“นอกจากกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน AEC แล้ว ไทยยังมีกลุ่มเป้าหมายทางเศรษฐกิจสำคัญนั่นคือกลุ่มประเทศ CLMV ประกอบด้วย กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม ซึ่ง มีพรมแดนติดต่อกัน เป็นกลุ่มประเทศที่มีความคล้ายคลึงกันในเรื่องของเศรษฐกิจ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม โดยได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างประเทศ เนื่องจากมีเศรษฐกิจที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง เป็นตลาดเปิดใหม่ มีทรัพยากรทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ผมเชื่อว่าครีมลองกานอยด์จะเป็นต้นแบบธุรกิจ SME ของเชียงใหม่และไทยที่จะก้าวเข้าสู่ตลาด CLMV,AEC รวมทั้งตลาดโลกด้วยความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน”

ศ.(เกียรติคุณ) ดร.อุษณีย์ วินิตเขตคำนวณ กรรมการบริหาร ที่ปรึกษางานวิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท เดอพรีม่าเอนเตอร์ไพรส์ จำกัด ในฐานผู้ผลิตและจำหน่าย ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย “ลองกานอยด์” (LONGANOID) เผยว่า จากความมุ่งมั่น ค้นคว้า วิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์มาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ “ลองกานอยด์” ได้รับสิทธิบัตรเพียง 1 เดียวกับผลงานวิจัยสารสกัดเมล็ดลำไย สนับสนุนโดยสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) ผลงานการวิจัยร่วมกับทีมนักวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ และคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยใช้เวลาในการวิจัยกว่า 1 ปี จึงสามารถแยกสารสกัดจากเมล็ดลำไยได้สำเร็จ พร้อมทั้งทำการพัฒนาต่อยอด กระทั่งมาเป็นครีมลองกานอยด์

ทั้งนี้ลองกานอยด์ได้มีการลงนามอนุญาตใช้สิทธิผลงานวิจัยโครงการพัฒนาการผลิต Bioactive Fractions ที่มีฤทธิ์ต้านการกลายพันธุ์ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและฤทธิ์ต้านการสลายเซลล์ข้อเข่าจากการสกัดหยาบของลำไย และการปรับปรุงตำรับลองกานอยด์ ครีมป้องกันเข้าเสื่อมจากสารสกัดเมล็ดลำไยและการทดสอบประสิทธิภาพผลทางคลินิก ระหว่าง สวก. และ บริษัท เดอพรีม่าเอนเตอร์ไพรส์ จำกัด

ศ.(เกียรติคุณ) ดร.อุษณีย์ กล่าวด้วยว่า นับเป็นความสำเร็จอีกก้าวหนึ่งของครีมลองกานอยด์ที่มีหลายประเทศให้ความสนใจ โดยเฉพาะทางบริษัทใน สปป.ลาว ที่เป็นประเทศแรกทำการติดต่อการค้ากระทั่งได้มาทำพิธีลงนามสัญญาการค้ากับทางบริษัท และเรายังคงเดินหน้า โดยเร็วๆ นี้ทางบริษัทจะไปเจรจาร่วมค้าที่สวิตเซอร์แลนด์ เป็นอีกประเทศต่อไป

“ขอขอบคุณในการส่งเสริมและสนับสนุนจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะรัฐบาลที่มีนโยบายให้พัฒนาพืชสมุนไพรใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นที่ยอมรับ อีกทั้งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสมุนไพรไทย ตลอดจนการนำสมุนไพรจากในป่ามาใช้ประโยชน์ กำหนดพื้นที่ในการปลูกสมุนไพรให้เหมาะสม รวมทั้งให้ควบคุมคุณภาพให้ได้มาตรฐาน เร่งนำผลิตภัณฑ์ขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง พร้อมทั้งมีการทำแผนแม่บทแห่งชาติ ว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย ฉบับที่ 1 พ.ศ.2560-2560 เพื่อให้ดำเนินการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การจัดการด้านสมุนไพรไทยของประเทศมีความต่อเนื่อง เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสอดคล้องตามเจตนารมณ์ของแผนแม่บทแห่งชาติ”

นายพันธจิต อินธิราช ประธาน บริษัท Lanexang Premier จำกัด (ล้านซ้าง พรีเมียร์) สปป.ลาว กล่าวว่า ทางบริษัทฯได้ดำเนินธุรกิจมาหลายประเภท สำหรับการลงนามสัญญาการค้า ครีมลองกานอยด์ กับบริษัท เดอพรีม่าเอนเตอร์ไพรส์ จำกัด นับเป็นการดำเนินธุรกิจอีกประเภทหนึ่งที่ทางบริษัทฯได้พิจารณาเห็นแล้วว่ามีโอกาสก้าวหน้าและต่อยอดทางธุรกิจได้เป็นอย่างดี ซึ่งที่ผ่านชาว สปป.ลาว รู้จักครีมสมุนไพรลองกานอยด์ว่ามีประสิทธิภาพดีเยี่ยม แต่ไม่สามารถหาซื้อใน สปป.ลาว ซึ่งตนเองได้ทดลองใช้ด้วย จึงในที่สุดจึงตัดสินใจติดต่อเจรจาการค้าจนได้ลงนามสัญญาการค้าด้วยกัน ผมคาดหวังว่า การลงนามทางการค้าในครั้งนี้เป็นก้าวแห่งความสำเร็จของการดำเนินธุรกิจบ้านพี่เมืองน้องอย่างไทยกับ สปป.ลาว ในครั้งต่อ ๆ ไป

สำหรับครีมลองกานอยด์ได้รางวัลผลิตภัณฑ์คุณภาพระดับพรีเมี่ยมและผลิตภัณฑ์สมุนไพรดีเด่นระดับชาติ Prime Minister Herbal Wards (PMHA) ในงาน “มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 14” (The 14th National Herbs Expo) “เสน่ห์ไทย สมุนไพรไทย 4.0” (Thai Herbal Products 4.0-A Charm of Thainess) จัดโดยกระทรวงสาธารณสุข โดย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ร่วมกับภาคีเครือข่าย หน่วยงานภาครัฐ เอกชน องค์กรต่าง ๆ และล่าสุดคือรางวัลผลิตภัณฑ์นวัตกรรม ระดับนานาชาติ “International Innovation Award 2017” ณ เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน นับว่าเป็นการประกาศศักดาสู่การเป็นผู้นำด้านการใช้นวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ (innovation for value added) ระดับสากล