เผยข้อมูลน่าห่วง เยาวชน 99% หาเหล้าได้ง่ายๆ เด็ก 6 ขวบยังซื้อได้

30

ประเทศไทยมีกฎหมายที่เคร่งครัดเรื่องการจำหน่ายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งการจำกัดอายุของผู้ซื้อ การห้ามขายนอกเวลาที่ได้รับอนุญาต รวมถึงห้ามตั้งร้านจำหน่ายใกล้บริเวณสถานศึกษา แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่กฎหมาย เพราะคนขายไม่ได้เกรงกลัว  มีการจำหน่ายให้กับเยาวชนอย่างออกหน้าออกตา บางงานเทศกาลก็ลักลอบแอบขายให้ ในช่วงสงกรานต์ที่จะมาถึงเรื่องนี้ก็เป็นอีกประเด็นที่น่าห่วง

ล่าสุดได้มีการเสวนาเรื่อง “ปัญหาขายเหล้าให้เด็ก ผลกระทบและการบังคับใช้กฎหมาย” จัดโดย เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ เครือข่ายมหาวิทยาลัยปลอดเหล้า เครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ เครือข่ายองค์กรงดเหล้า ซึ่งเต็มไปด้วยข้อมูลที่น่าตกใจ

ดร.นพ.บัณฑิต ศรไพศาล รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ปัญหาการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับเด็กและเยาวชนไทยยังน่าเป็นห่วง จากรายงานศูนย์วิจัยปัญหาสุรา(ศวส.) ที่ทดสอบให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี ซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านค้า 417 ร้าน ใน 4 จังหวัด พบว่า ร้อยละ 99 สามารถซื้อได้สำเร็จ ทั้งที่เป็นการจำหน่ายที่ผิดกฎหมาย  สอดคล้องกับข้อมูลของเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ ยังพบเห็นการใช้ให้เด็กอายุเพียง 6 ขวบ ไปซื้อเหล้าเบียร์ในร้านค้าได้

นอกจากนี้ ศวส.สำรวจจำนวนร้านค้าที่ปฏิบัติตามมาตรการห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 300 เมตร รอบสถานศึกษา เปรียบเทียบระหว่างมหาวิทยาลัย 7 แห่ง ที่บังคับใช้กฎหมายเข้มข้น กับ 8 แห่งที่ไม่เข้มข้น ในปี 2559 พบว่า ในพื้นที่ที่มีการบังคับใช้กฎหมายเข้มข้น เจ้าหน้าที่ลงตรวจร้านเหล้ามากกว่า และ เห็นว่าร้านค้าลดลงไปมากกว่า ตลอดจนยอมรับว่ายอดขายลดลงมาก  ส่งผลให้นักศึกษาและประชาชนที่รู้สึกเดือดร้อนรำคาญลดลงและเห็นการทะเลาะวิวาทตีกันลดลงเมื่อเทียบกับพื้นที่ที่ไม่มีการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้น

“จากข้อมูลจะเห็นได้ว่าการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับเยาวชนยังเป็นปัญหาใหญ่ ทุกภาคส่วนคงต้องช่วยกัน ภาคธุรกิจควรต้องมีจิตสำนึกปฏิบัติตามกฎหมายไม่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับเยาวชน ภาครัฐต้องบังคับใช้กฎหมายให้จริงจังมากขึ้น ภาคประชาชนต้องช่วยกันเฝ้าระวังอย่างเข้มแข็งต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะมาถึงนี้เยาวชนจะฉลองด้วยการดื่มฯมากขึ้น ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุเมาแล้วขับ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเยาวชนคือกลุ่มที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุมากที่สุดในช่วงสงกรานต์ทุกๆปี” ดร.พ.บัณฑิต กล่าว

ด้านนพ.นิพนธ์  ชินานนท์เวช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (สคอ.) กล่าวว่า การจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับเยาวชน แม้จะมีกฎหมายควบคุมแล้ว แต่ยังไม่เห็นผลเท่าที่ควร ดังนั้นทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้อง ให้ความร่วมมือเคารพกฎหมาย ฝากถึงผู้ประกอบการ อยากให้คำนึงถึงสิ่งที่ตามมา อย่าโหมการตลาด อย่าหวังแต่กำไร และไม่อยากให้มองว่ากฎหมายควบคุมมีบทลงโทษน้อย แล้วจะขายให้ใครก็ได้ ยิ่งใกล้เทศกาลสงกรานต์ เป็นช่วงที่ขายแอลกอฮอล์แล้วได้กำไรมาก จึงไม่สนใจทำตามกฎหมาย และมักพบปัญหาการดื่มแอลกอฮอล์ เมาแล้วขับทำให้เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งทุกปี  อยากแจ้งผู้ประกอบการเรื่องของการเคารพกฎหมายห้ามขายแอลกอฮอล์ให้กับเด็กที่อายุต่ำกว่า20ปี หากตรวจพบว่าฝ่าฝืน จำเป็นต้องดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายเด็ดขาด

ด้าน พ.ต.อ.ฤทธินันท์  ปุ้ยพันธวงศ์  ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรคลองหลวง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี  กล่าวว่า ที่ผ่านมา ไม่ใช่ร้านค้าอย่างเดียวที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับเด็กเยาวชน แต่ซุ้มตามงานเทศกาลต่างๆ ได้แอบขายแอลกอฮอล์ให้กับเยาวชนด้วย ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการขายแอลกอฮอล์ให้กับเด็กเยาวชนที่อายุต่ำกว่า20ปี  โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ เราจึงร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆรวมถึงองค์กรปกครองท้องถิ่น ออกตรวจตามหมู่บ้าน และจุดเสี่ยง เพื่อรณรงค์สร้างความตระหนักในเรื่องนี้  ส่วนช่วงเวลาปกติจะมีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตามร้านสะดวกซื้อที่ใกล้กับสถานศึกษา เพื่อตรวจสอบว่ามีการขายเหล้าให้กับเด็กเยาวชนนักศึกษาหรือไม่ ช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ต้องเข้มงวดเป็นพิเศษ โดยได้ตั้งจุดตรวจเพิ่มขึ้นทั้งถนนสายหลักและถนนสายรอง ซึ่งขณะนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเริ่มเตรียมตั้งจุดตรวจแล้ว นอกจากนี้เรายังประสานไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ให้ตั้งจุดตรวจในหมู่บ้านพร้อมส่งเจ้าหน้าที่ออกสำรวจร้านค้าในชุมชนด้วย

“ช่วงเทศกาลสงกรานต์มีผู้ที่ดื่มสูง มีความเสี่ยงสูง ก่อให้อันตรายทั้งทรัพย์สินและร่างกาย หากเป็นไปได้ไม่อยากให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะการจำหน่ายให้กับเยาวชน ส่วนผู้ปกครองควรเลิกสนับสนุนให้ลูกหลานดื่มแอลกอฮอล์ และปลุกฝังทัศนคติใหม่เกี่ยวกับการดื่มของมึนเมา จะได้ไม่ต้องมานั่งร้องไห้ เสียใจ ที่ลูกหลานเมาแล้วขับจนถึงแก่ชีวิต” พ.ต.อ.ฤทธินันท์ กล่าว