ฝ่าด่านหินเด็กจบใหม่ สัมภาษณ์อย่างไรให้ได้งาน

40
Business image created by Ijeab - Freepik.com

นับเป็นด่านหินสำหรับเด็กจบใหม่ทุกคน สำหรับการเข้าสัมภาษณ์ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนจะถูกชี้ชะตาว่า คุณจะได้รับเลือกให้ปฏิบัติงานในหน้าที่นั้นๆ หรือไม่

Advertisement

เพราะนอกจากความรู้ความสามารถที่ร่ำเรียนมาแล้ว บุคลิก ทัศนคติ และไหวพริบในการตอบคำถาม รวมทั้งความรู้รอบตัว ก็เป็นส่วนสำคัญที่บริษัทต้องการ โดยเฉพาะองค์กรใหญ่ที่มีผู้ต้องการเข้าทำงานเป็นจำนวนมาก

สำหรับหลักเกณฑ์ของแต่ละองค์กรและตำแหน่งงาน มีความแตกต่างกันไปตามแต่ประเภทธุรกิจ  นอกจากการทดสอบความรู้เชิงเทคนิค หรือความรู้ในงานด้วยแบบทดสอบต่างๆแล้ว  สิ่งแรกคือ การค้นหาตัวตนจากการสัมภาษณ์  สิ่งที่สอง เป็นเรื่องของการอยู่ร่วมกับคนอื่น  และการเข้ามาอยู่ในวัฒนธรรมองค์กรแต่ละแห่ง  เรื่องทัศนคติจึงสำคัญว่าเป็นอย่างไร

ทั้งหมดนี้นิสิตจบใหม่ควรต้องศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทไปล่วงหน้า  และอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าเรื่องอื่นๆ ก็คือ ทักษะความสามารถทางด้านภาษาต่างประเทศ ผู้ที่จบปริญญาตรีโดยทั่วไป มักคิดว่าเรื่องนี้ไม่สำคัญ แต่ความเป็นจริงแล้ว เป็นเรื่องหลักที่ใช้วัดผลและตัดสินรับเข้าทำงานสำหรับองค์กรขนาดใหญ่หลายๆ แห่งและจะเลือกคนที่มีคุณสมบัติพร้อมใช้งานจริงๆ คนที่เก่งด้านภาษา ย่อมมีโอกาสที่เหนือกว่าถือเป็นแต้มต่อและยังทำให้ประวัติมีความโดดเด่นขึ้นมาทันที

Business image created by Jcomp – Freepik.com

เพื่อให้การเตรียมพร้อมในการก้าวเข้าสู่ตลาดงานของเด็กจบใหม่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ  แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ผู้นำระดับโลกด้านการจัดการแรงงานเชิงนวัตกรรม แนะนำวิธีการรับมือเตรียมพร้อมสู่โลกการทำงานด้วยเทคนิคง่ายๆสำหรับการเตรียมตัวสัมภาษณ์งานสำหรับเด็กจบใหม่ ดังนี้

  1. รู้จักอ่อนน้อมต่อผู้หลักผู้ใหญ่ เมื่อคุณถูกเรียกสัมภาษณ์งาน แม้ว่าผู้สัมภาษณ์งานจะดูเป็นกันเองอย่างไร อย่าได้หลงแสดงพฤติกรรมเหมือนเพื่อน หรือพูดหยอกล้อเด็ดขาด ขอให้รักษากิริยาอ่อนน้อมไว้ตลอดการสัมภาษณ์ และท่องเอาไว้ด้วยว่าผู้สัมภาษณ์ที่อยู่ตรงหน้านั้นกำลังจ้องมองพฤติกรรมของคุณอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปประเมินนั่นเอง
  2. ตอบคำถามตรงไปตรงมาตามความคิดของตัวเอง แต่ต้องอยู่ภายใต้การรักษาน้ำใจผู้สัมภาษณ์ด้วย เพราะการพูดตรงไปตรงมานี้จะทำให้คุณพูดได้ฉะฉานขึ้นโดยอัตโนมัติ และสามารถอธิบายเหตุผลกับการสนับสนุนความคิดนั้นได้ ดังนั้น อย่าพยายามตอบคำถามที่เอาใจผู้ฟังมากเกินไปจนสวนทางกับความคิดของตัวเอง เพราะถ้าหากคุณโดนถามต่อละเอียดลึกลงไป อาการพูดตะกุกตะกักเพราะ “ไม่รู้ว่าจะไปต่อยังไง” จะเกิดขึ้นอย่างง่าย ๆ อย่าคิดว่าผู้สัมภาษณ์ดูไม่ออก
  3. อย่าอวดเก่ง หรือแสดงท่าทีมั่นใจในความสามารถของตัวเองมากเกินไป ประเภทการคุยโวโอ้อวดถึงความสามารถที่ตัวเองมี และเปรียบเทียบว่าตัวเองเก่งกว่าคนอื่น ทั้งๆ ที่ยังไม่เคยผ่านการทำงานมาเลยนั้น มักจะตกสัมภาษณ์มานักต่อนักแล้ว เพราะสิ่งนั้นแสดงถึงความอวดเก่ง ความมั่นใจในตัวเองเกินไป ซึ่งคนประเภทนี้มีแนวโน้มว่าจะยอมรับความคิดเห็นของคนอื่นได้ยากเสียด้วย
  4. เรียกเงินเดือนให้เหมาะสมกับความสามารถของตนเอง แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานที่ว่า คุณต้องไม่เข้าข้างตัวเองเกินไปด้วยและถ้าเป็นไปได้ ควรสอบถามพูดคุยกับรุ่นพี่ หรือคนที่เคยทำงานนี้มาก่อนว่าเงินเดือนที่เหมาะสมนั้นอยู่ที่เท่าไร แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ควรยืดหยุ่นในเรื่องจำนวนเงินไว้บ้าง แม้จะน้อยกว่าที่คาดหวังนิดหน่อย แต่หากงานนั้นเป็นงานที่อยากทำและตรงตามความสามารถแล้ว ลองเข้าไปสัมผัสและเก็บประสบการณ์ เมื่อได้พัฒนาศักยภาพ ความสามารถที่เก่งขึ้นคุณจะได้ค่าตอบแทนที่เพิ่มขึ้นเอง
  5. ระวังเรื่องการตอบไม่ตรงคำถาม หรือการพูดออกนอกประเด็น เมื่อถูกตั้งคำถามที่ตอบได้เพียงว่า ใช่ หรือ ไม่ใช่ ขอให้ตอบไปสั้น ๆ ตามนั้น และหากมีคำถามอื่น ๆ ที่เป็นคำถามเปิด อย่าตอบเรื่อยเปื่อยไม่มีทิศทาง ซึ่งแน่นอนว่า ผู้สัมภาษณ์อาจจะฟังคุณและพยักหน้าตามจนคุณพูดจบได้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะประเมินคุณผ่าน
  6. อย่าแสดงอาการประหม่า จนพูดอะไรไม่ถูก หลายคนรู้สึกกลัวคำถามที่ผู้สัมภาษณ์ยังไม่ถาม คิดไปก่อนแล้วว่ามันอาจจะยากจนตอบไม่ได้ ขอให้สลัดความคิดนี้ออกไป เพราะมันจะทำให้คุณประหม่า และตอบคำถามต่าง ๆ ได้ไม่ดีเท่าที่ควร จนรู้สึกเสียดายเมื่อการสัมภาษณ์สิ้นสุดลงแล้ว ดังนั้น ก่อนสัมภาษณ์ขอให้ตั้งสติดี ๆ และอย่ากดดันตัวเองระหว่างการสัมภาษณ์ แม้ว่าบรรยากาศจะชวนให้รู้สึกอย่างนั้นก็ตาม ขอให้ปล่อยทุกอย่างดำเนินไปอย่างผ่อนคลาย ถ้าคำถามไหนตอบได้ไม่ดีนัก ก็ตั้งสติตอบคำถามต่อไปดีกว่า

เตรียมตัวดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ลองตั้งคำถามที่คาดว่าได้รับแล้วคุยกับตัวเองหน้ากระจก ให้เพื่อนหรือคนในครอบครัวช่วยแสดงเป็นผู้สัมภาษณ์เพื่อฝึกทักษะในการตอบคำถาม ก็น่าจะเป็นการดี นอกจาก ความสามารถ มารยาท ความคิด และทัศนคติ ซึ่งจะสะท้อนบุคลิกของเราแล้ว การแต่งกาย เสื้อผ้า หน้า ผม ที่เหมาะสม ก็จะทำให้เรามีความน่าเชื่อถือมากขึ้น

สิ่งสำคัญที่สุด เมื่อได้รับเข้าทำงานแล้ว ก็ขอให้ยังคงบุคลิกดีๆ เหล่านี้ไว้ด้วยนะ ส่วนผู้ที่พลาดจากการสัมภาษณ์งานก็อย่าท้อถอย เดินหน้าต่อไปด้วยใจมุ่งมั่น ขอเป็นกำลังใจให้บัณฑิตป้ายแดงทุกท่าน