มีอะไรขายดี ใน Kaidee สินค้าเกษตรก็ขายได้ด้วยนะ

98

มีสิ่งของหลายอย่างที่เราซื้อหาหรือได้มา แล้วยังไม่ได้ใช้ หรือใช้แล้วก็ไม่ใช้อีกต่อไป บางชิ้นก็อาจจะลืมมันไปจนกลายเป็นแค่ของรกๆ ในห้องเก็บของ แต่ใครจะรู้ว่าสินค้าเหล่านั้น อาจจะเป็นที่ต้องการของคนอีกมากมาย

แน่นอนว่ามีคนรู้ เพราะเดิมทีเราก็มีตลาดสินค้ามือสองหรือการนำของในบ้านออกมาขายกันตามตลาดทั่วไป  และเมื่อช่องทางออนไลน์พัฒนาขึ้น จึงเกิดเว็บไซต์ซื้อขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ หรือ “มาร์เก็ตเพลส” และไม่ได้ขายแค่ของชิ้นเล็กๆ อย่างรองเท้า นาฬิกา เสื้อผ้า กระเป๋า แต่ขยายความนิยมไปถึงสินค้าขนาดใหญ่ อย่างเฟอร์นิเจอร์ ยานพาหนะ ไปจนถึงอสังหาริมทรัพย์ จนผู้ที่มีแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมอย่าง “ขายดี” (Kaidee) ขายดีตามชื่อด้วยการกวาดยอดซื้อขายไปถึง 1 แสนล้านบาทในปีที่ผ่านมา คิดเป็นอัตราการเติบโต 144%

ทิวา ยอร์ค

จากการเปิดเผยของ นายทิวา ยอร์ค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร/เฮดโค้ช Kaidee  ระบุว่า ผลการดำเนินงานปี 2560  Kaidee มีผู้ใช้งานมากกว่า 35 ล้านคน  มีการเข้าใช้งานกว่า 361 ล้านครั้ง เฉลี่ยเดือนละประมาณ 30 ล้านครั้ง มีรายการประกาศใหม่กว่า 12 ล้านประกาศ และขายได้บน Kaidee กว่า 1.85 ล้านประกาศ รวมมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท โดยเฉลี่ยทุกวันมีของขายได้ที่ Kaidee วันละ 5,065 รายการ

ทั้งนี้ 50% ของการเข้าใช้งานทั้งหมดเป็นการใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน และเพียงแค่ปี 2560 มีคนไทยดาวน์โหลดแอปฯ Kaidee เพิ่มขึ้นอีกกว่า 3.3 ล้านครั้ง รวมแล้วมีการดาวน์โหลดแอปฯ เพื่อใช้งานกว่า 12 ล้านครั้ง

คำค้นหายอดนิยมจากผู้ใช้งาน Kaidee ใน 5 อันดับแรก ได้แก่ PCX, MSX, Coach, Adidas และ บ้านเช่า ตามลำดับ ส่วนหมวดยอดนิยมที่มีคนเข้ามาใช้งานมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. RodKaidee
  2. MocyKaidee
  3. อสังหาริมทรัพย์
  4. มือถือและแทบเล็ต
  5. อะไหล่รถ ประดับยนต์

ด้านตลาด RodKaidee ที่ได้เปิดตัวไปเมื่อเดือนพฤษภาคม ปีที่ผ่านมานั้น มีผู้ใช้งานกว่า 60 ล้านครั้ง เฉลี่ย 5 ล้านครั้งต่อเดือน มีรถยนต์ลงขายกว่า 800,190 คัน และมีรถที่ขายได้ที่นี่กว่า 132,752 คัน (เฉลี่ยเดือนละ 11,000 คัน) รวมมูลค่ากว่า 38,500 ล้านบาท ส่วนแบรนด์รถยอดนิยม ได้แก่ โตโยต้า, ฮอนด้า, อีซูซุ, นิสสัน และมิตซูบิชิ ตามลำดับ ส่วนคำค้นหายอดฮิต 5 อันดับแรกในตลาดนี้ ได้แก่

  1. 4WD
  2. รถกระบะ
  3. รถตู้
  4. Coupe
  5. CR-V

ในตลาด MocyKaidee ที่เปิดตัวไปช่วงปลายปี 2560 นั้นก็ได้รับความนิยมจากผู้ใช้งานไม่แพ้ตลาดรถยนต์ โดยในปีที่ผ่านมามีผู้ใช้งานกว่า 42 ล้านครั้ง เฉลี่ยเดือนละ 3.6 ล้านครั้ง มีรถมอเตอร์ไซค์ลงขายกว่า 394,659 คัน และมีรถมอเตอร์ไซค์ขายได้ผ่านตลาด MocyKaidee กว่า 102,170 คัน (เฉลี่ยเดือนละ 8,500 คัน) รวมมูลค่ากว่า 3,600 ล้านบาท แบรนด์ยอดนิยมก็ได้แก่ ฮอนด้า, คาวาซากิ, ยามาฮ่า, ฮาร์เล่ย์-เดวิดสัน และดูคาติ ตามลำดับ ส่วน 5 คำค้นหายอดนิยมได้แก่

  1. PCX
  2. MSX
  3. Z800
  4. R1
  5. KR

ส่วนมอเตอร์ไซค์โมเดลที่ได้รับการค้นหามากที่สุด คือ ยามาฮ่า R-Series

“เราได้เปิดตัว RodKaidee และ MocyKaidee ในแต่ละเดือนเรามีคนเข้ามาใช้บริการในทั้ง 2 แพลตฟอร์มรวมกันกว่า 8.6 ล้านครั้ง มียานยนต์ทั้งหมดที่ลงขายกับเราในปีที่ผ่านมากว่า 1.2 ล้านคัน และขายได้กว่า 230,000 คัน รวมมูลค่ากว่า 42,000 ล้านบาท เท่ากับว่าเราสามารถทำหน้าที่ของเราในการนำผู้ซื้อมาเจอผู้ขายบนแพลตฟอร์มได้ดีและรวดเร็ว ซื้อง่ายขายคล่อง ส่งผลให้เรากลายเป็นตลาดซื้อ-ขายยานยนต์ที่ดีและใหญ่ที่สุดในประเทศไทย”  นายทิวา กล่าว

สำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์บน Kaidee นั้น ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กับตลาดยานยนต์ของ แต่ละเดือนมีคนไทยเข้ามาใช้งานกว่า 2.5 ล้านครั้ง มีรายการประกาศใหม่ทั้งหมดในปี 2560 ถึง 766,377 ประกาศซึ่งขายได้บน Kaidee ทั้งหมด 23,538 รายการ รวมมูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านบาท หมวดนี้ยังเป็นหมวดที่มีผู้เข้ามาใช้งานมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของแพลตฟอร์ม โดยล้วนแต่เป็นการเติบโตแบบออร์แกนิคนั่นคือผู้ใช้งานเข้ามาใช้งานเองทั้งหมด

ในส่วนของรายได้ของ Kaidee ในปี 2560 เพิ่มจาก 2559 กว่า 144% จาก 2 แหล่งรายได้ นั่นคือ

  1. บริการพิเศษ ทั้งเลื่อนประกาศ บริการ Top Ad ที่ผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้บริการนี้ได้ในทุกหมวดหมู่ และค่าลงประกาศ ในหมวดรถยนต์ และหมวดอสังหาริมทรัพย์
  2. โฆษณาดิสเพลย์ ที่แบรนด์และธุรกิจต่างๆ สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่มีความต้องการหรือกำลังตัดสินใจซื้อ-ขายสินค้า/บริการต่างๆ บนแพลตฟอร์ม

แผนการดำเนินงานในปี 2561 นี้ Kaidee ยังคงรุกหน้าเสริมทัพเข้าสู่การเป็น “มาร์เก็ตเพลส” เพื่อคนไทยอย่างเต็มรูปแบบ โดยทุกคนทุกอาชีพสามารถเข้ามาซื้อ-ขายของออนไลน์บน Kaidee ได้โดยไม่จำเป็นว่าต้องเป็นพ่อค้า แม่ค้า เจ้าของกิจการ หรือนักธุรกิจ ดังนี้

  1. การเป็นตลาดซื้อ-ขายออนไลน์สำหรับทุกคน (c2c Marketplace for Thais) โดยที่ Kaidee ยังจะเน้นย้ำในการเป็นพื้นที่กลางสำหรับคนไทยทุกคน หากมีของไม่ได้ใช้ก็สามารถนำมาลงขายได้ หรือว่าหากจะอยากลองเปิดตลาดออนไลน์สำหรับผู้ค้ารายย่อย ที่ Kaidee มีคนเดินตลาดมากกว่า 1 ล้านครั้งต่อวัน ผู้ขายไม่จำเป็นต้องไปทำการตลาดออนไลน์อื่นๆ ให้ยุ่งยาก เพราะที่ตลาดแห่งนี้มีคนเดินอยู่แล้ว รวมไปถึงอาจมีการเปิดบริการเสริมใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ผู้ขายในโลกออนไลน์สู่ออฟไลน์มากขึ้น
  2. ตลาดยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดและดีที่สุดในไทย (Best & Largest Online Vehicle Marketplace) นอกจากเป็นตลาดรถที่แข็งแกร่งแล้ว RodKaidee ยังขยายตัวมากขึ้นเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของกลุ่มผู้ซื้อ-ขายรถเพื่อการพาณิชย์ (Commercial vehicle) โดยการเพิ่มฟีเจอร์การใช้งานที่ออกแบบขึ้นมาเพื่อผู้ใช้งานกลุ่มนี้โดยเฉพาะ และในส่วนของ MocyKaidee นั้นก็จะเห็นฟีเจอร์ใหม่ๆ เข้ามาอย่างครบครัน ทั้งรุ่นต่างๆ และพิกัดซีซีของการใช้งาน ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถหารถที่ต้องการได้ง่าย และผู้ขายสามารถขายรถได้เร็วมากยิ่งขึ้น
  3. เปิดตลาดแนวดิ่งสำหรับคนไทย (Growing More Verticals) จุดแข็งอีกอย่างของ Kaidee คือการที่ผู้ใช้งานเข้ามาใช้งานจากหมวดหมู่หนึ่งสู่อีกหมวดหมู่ ทำให้เป็นตลาดที่มีความคึกคัก ผู้ซื้อ-ผู้ขายเชื่อมต่อกันได้เร็วขึ้น ในปีนี้ Kaidee จะเดินหน้าอย่างเต็มตัวใน 3 ตลาดที่สำคัญ นั่นคือ
  • ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ที่จะมีบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้นในทุกๆ ประเภทของอสังหาฯ
  • FarmKaidee ตลาดซื้อ-ขายสำหรับภาคเกษตรกรรมออนไลน์ ที่จะถูกออกแบบให้ตอบโจทย์สำหรับเกษตรกรชาวไทยอย่างแท้จริง เพราะตลาดนี้เป็นตลาดที่ใหญ่และสำคัญของคนไทยแต่ความต้องการของเกษตรกรยังไม่ได้ถูกตอบสนองเท่าที่ควร
  • ตลาดอะไหล่รถ ประดับยนต์ ด้วยการใช้งานที่เพิ่มขึ้นจนกลายเป็นหมวดยอดนิยมอันดับ 5 ของแพลตฟอร์ม ประกอบกับการที่ประเทศไทยเป็นประเทศที่ผลิตอะไหล่รถที่ใหญ่ที่สุดของอาเซียน ทำให้ตลาดนี้กลายเป็นอีก 1 ตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
  1. ตลาดออนไลน์คุณภาพสำหรับคนไทย (Quality Marketplace) เรื่องคุณภาพของตลาดเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ Kaidee ให้ความสำคัญมาโดยตลอด ปีนี้ก็จะยังคงดูแลคุณภาพของตลาดให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ทั้งทีมงานที่คอยตรวจสอบดูแลให้มีคุณภาพ และการลงทุนมากขึ้นเพื่อใช้เทคโนโลยี Machine Learning ในการบริการลูกค้าให้ได้เร็วขึ้น ดีขึ้น และมีคุณภาพมากยิ่งขึ้นไปอีก

ด้านโครงการเพื่อสังคมนั้น Kaidee ก็ยังจะสานต่อจากโครงการ “Kaidee จากใจส่งไออุ่น” ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีในปีที่ผ่านมา จากแนวคิดที่จะใช้หมวด “แบ่งปัน” เป็นสื่อกลางให้คนไทยนำของไม่ได้ใช้มาแบ่งปันกัน ทีมงานได้ต่อยอดโดยเชิญชวนให้ผู้ใช้งานนำสิ่งกันหนาวมาบริจาคบนแพลตฟอร์ม หรือส่งมาที่ Kaidee เพื่อมอบให้ผู้ขาดแคลนต่อไป โดยปีที่ผ่านมาเราได้นำไปบริจาคที่บ้านแม่ป๊อก อ. แม่แจ่ม จ. เชียงใหม่ ท้องถิ่นอันทุรกันดารที่ต้องใช้เวลาเดินทางไป-กลับจากตัวเมืองเชียงใหม่ทั้งหมด 17 ชั่วโมง