มข. โชว์ อุปกรณ์เก็บกักละออง ป้องกันเชื้อโรคจากการทำฟัน พร้อมต่อยอดเชิงพาณิชย์

5

มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดตัวนวัตกรรม “อุปกรณ์เก็บกักละออง ป้องกันเชื้อโรคจากการทำฟัน”  เสริมความปลอดภัยต่อทันตบุคลากร และคนไข้ สร้างความมั่นใจต่อสังคม ภาคเอกชนพร้อมต่อยอดในเชิงพาณิชย์ 

เมื่อเร็วๆ นี้ ฝ่ายนวัตกรรมและวิสาหกิจ โดยศูนย์ทรัพย์สินทางปัญญา มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดงานแถลงข่าว การถ่ายทอดเทคโนโลยีผลงานนวัตกรรม เรื่อง อุปกรณ์เก็บกักละออง ป้องกันเชื้อโรคจากการทำฟัน โดยได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ นพ. ชาญชัย  พานทองวิริยะกุล  อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น  เป็นประธานในพิธี  โดยมี ศาสตราจารย์ ธิดารัตน์ บุญมาศ รองอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและวิสาหกิจ รองศาสตราจารย์ ทพ.สมเกียรติ  เหลืองไพรินทร์อาจารย์ประจำคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ทพ.สุรัตน์  ลีนะศิริมากุล นักวิจัย  ศิษย์เก่าคณะทันตแพทยศาสตร์  คุณ เซี่ยง อิง หวัง และ คุณสุวัธชัย เดชาพงศา  กรรมการ บริษัท ดับบลิว แอนด์ เอช เทค จำกัด  คณะผู้บริหารคณะทันตแพทยศาสตร์ และผู้บริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่นเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน  ณ ห้องประชุมสารสิน ชั้น 2 อาคารสิริคุณากร มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ในงานดังกล่าวมีพิธีลงนามสัญญาถ่ายทอดเทคโนโลยี  โดยมหาวิทยาลัยขอนแก่นในฐานะผู้ทรงสิทธิ อนุญาตให้ บริษัท ดับบลิว แอนด์ เอช เทค จำกัด เป็นผู้รับอนุญาติให้ใช้สิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว ซึ่งสามารถนำ “อุปกรณ์เก็บกักละออง” ไปทำการผลิตและจำหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์ของผู้รับอนุญาตได้ทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศ

งานวิจัย “อุปกรณ์เก็บกักละออง” ช่วยลดการกระจายเชื้อโรคจากการทำฟัน เป็นการทำงานวิจัยร่วมกันของ รองศาสตราจารย์ สมเกียรติ เหลืองไพรินทร์  อาจารย์ประจำคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ ทันตแพทย์ สุรัตน์ ลีนะศิริมากุล นักวิจัย  ศิษย์เก่าคณะทันตแพทยศาสตร์  เป็นงานวิจัยที่ทำขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการปฏิบัติหน้าที่ของทันตแพทย์ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่ยังควบคุมไม่ได้ เพราะมีโอกาสเกิดการฟุ้งกระจายของเชื้อโรคระหว่างการทำหัตถการ ทำให้การทำงานด้านทันตกรรมมีความเสี่ยง ทั้งบุคลากรทางการแพทย์ และผู้ป่วย ซึ่งจุดเด่นในการใช้เป็นอุปกรณ์เก็บกักละอองนี้คือ  การป้องกันการฟุ้งกระจายของเชื้อโรค ช่วยลดการสัมผัสละอองที่ฟุ้งกระจายในขณะปฏิบัติงานได้ถึง 99.99 เปอร์เซ็นต์ โดยทันตแพทย์จะใช้ครอบเฉพาะจมูกและปากคนไข้เท่านั้น จึงตัดปัญหาเสียงก้องหรือเสียงดังรบกวนคนไข้  ส่วนวัสดุที่ใช้ทำปลอกสวมแขนและฐานรอง ใช้วัสดุเช่นเดียวกันกับหน้ากากอนามัย (SMS Fabric) ซึ่งมีคุณสมบัติกันน้ำซึมผ่าน แต่อากาศไหลผ่านได้ดี โดยทางนักวิจัยได้มีการทดสอบการไหลของอากาศภายในเครื่องพบว่ามีอากาศใหม่ที่ไหลเวียนเข้าไปภายในกล่อง ค่าเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 9 ลิตรต่อวินาที และจากการตรวจสอบภายในอุปกรณ์ ไม่พบแรงต้านการหายใจแต่อย่างใด สร้างความมั่นใจให้ผู้ป่วยจะสามารถหายใจได้โดยสะดวก และไม่รู้สึกเหนื่อยแต่อย่างใด แม้จะนอนทำฟันเป็นเวลานาน

รองศาสตราจารย์สมเกียรติ  เหลืองไพรินทร์ นักวิจัย กล่าวว่า “ในด้านของความปลอดภัยในการทำความสะอาดหลังจากทำหัตถการแล้ว ทางทีมนักวิจัยได้มีการออกแบบให้ผู้ปฏิบัติงานได้ทำการฆ่าเชื้อโดยการพ่นหมอกน้ำยาฆ่าเชื้อ Electrolyzed Oxidizing Water (EOW)  โดยต่ออุปกรณ์ เข้าไปในกล่องเก็บกักละออง   พบว่า EOW มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อได้มากกว่า 99.99% หลังจากนั้นให้ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อเฉพาะทางทันตกรรม หรือใช้ทิชชู่เปียกที่อาบด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเฉพาะทางทันตกรรมทำความสะอาดอีกหนึ่งรอบจะสามารถฆ่าเชื้อได้ 100% จะช่วยให้การทำงานของทันตแพทย์ และผู้ช่วยทันตแพทย์ปลอดภัย  ไม่ได้รับการติดเชื้อจากการปฏิบัติหน้าที่ทางทันตกรรม”

ทพ. สุรัตน์ ลีนะศิริมากุล นักวิจัยร่วม กล่าวว่า “จากการออกแบบและการทำสอบในด้านของความปลอดภัย  สมรรถนะในการทำงาน การทำความสะอาดหลังจากการอุปกรณ์แล้ว นับได้ว่า “อุปกรณ์เก็บกักละออง” เป็นนวัตกรรมที่จะช่วยให้ทันตแพทย์ และคนไข้ปลอดภัยขึ้น และลดการติดเชื้อจากละอองที่เกิดจากการการทำฟัน โดย “อุปกรณ์เก็บกักละออง” ได้มีการจดอนุสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์ทางวิศวกรรมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นเครื่องแรกในโลกที่ทำงานได้เช่นนี้

พร้อมกันนี้ นักวิจัยและคณะ ได้สาธิตการใช้อุปกรณ์เก็บกักละอองในการทำหัตถการกับคนไข้  และวิธีการพ่นหมอกน้ำยาฆ่าเชื้อ Electrolyzed Oxidizing Water (EOW) ซึ่งสามารถฆ่าเชื้อได้ 99.99% และพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อเฉพาะทางทันตกรรม ทำความสะอาดอีกหนึ่งรอบแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของความปลอดภัยในการฆ่าเชื้อได้ถึง 100%  อันก่อให้เกิด 3S Dental CHAMBER®  นั่นคือ SAFETY คนปลอดภัย  SECURITY  งานปลอดภัย  และ SURETY  สังคมมั่นใจ