รู้จักเลือดจระเข้แคปซูล  อาหารเสริมแนวใหม่ ที่ดังไกลไปถึงต่างชาติ

55

เครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย ส่งผลถึงความก้าวไกลของวงการแพทย์ ซึ่งวันนี้เราได้เห็นงานวิจัยที่เคยตั้งอยู่บนหิ้ง นำมาพัฒนาและต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อการป้องกันและรักษาโรคภัยต่างๆ โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารเสริม ที่ได้พัฒนาสารสกัดจากธรรมชาติ ออกมาเป็นสินค้าหลากหลายรูปแบบ หนึ่งในนั้นคือ “เลือดจระเข้”

Advertisement

เราคงไม่คุ้นกับเลือดจระเข้กันมากนัก เพราะนานทีหรือไม่เคยเลย ที่เราจะได้เห็นเลือดของมัน แต่ในการทางการวิจัยได้พยายามศึกษาถึงคุณสมบัติที่อยู่ในเลือดของมัน โดยพบว่า คุณสมบัติที่มีดีอยู่มาก

“วิสาชิณี รุ่งทวีชัย” เจ้าของฟาร์มจระเข้รุ่งทวีชัย และผู้ก่อตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด วานิอธิบายว่า  ผลิตภัณฑ์เลือดจระเข้แคปซูล เกิดจากการวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่ต้องการจะศึกษาคุณสมบัติทางชีววิทยาของจระเข้ จึงได้เกิดการร่วมมือและสนับสนุนงานวิจัย จนได้เป็นสารสกัดเลือดจระเข้ในรูปแบบแคปซูลภายใต้ชื่อ “วานิไทย” ซึ่งเป็นเจ้าต้นๆ ของประเทศที่สามารถผลิตแคปซูลสารสกัดเลือดจระเข้ ได้มาตรฐาน และมีคุณภาพ ผ่านการตรวจสอบจากกรมการอาหาร และยา กระทรวงสาธารณสุข  ถือว่าเป็น ต้นตำรับของผลิตภัณฑ์เลือดจระเข้แคปซูล

“จระเข้ถือเป็นสัตว์ที่มีความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ดี แม้กระทั่งในสิ่งแวดล้อม ที่ไม่สะอาด จระเข้ก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างแข็งแรง ซึ่งจากการวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สารที่พบในเลือดจระเข้พบว่า เซลล์เม็ดเลือดขาวของจระเข้สามารถสร้างโปรตีนที่มีคุณสมบัติในการยับยั้ง การเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และจุลินทรีย์ได้”

ทีมวิจัยจึงได้วิจัย และพัฒนาคุณสมบัติดังกล่าวเป็นเวลานานหลายปีเพื่อนำมาปรับใช้ในเชิงสุขภาพจนได้เป็น “เลือดจระเข้แคปซูล วานิไทย” ผลิตภัณฑ์คุณภาพสัญชาติไทยที่เน้นทั้งคุณภาพ ความสะอาด และปลอดภัยต่อผู้บริโภคตลอดกระบวนการผลิต ซึ่งผู้บริโภคสามารถตรวจสอบข้อมูลโดยตรงได้จากเว็บไซต์และสื่อต่างๆ

“ความแตกต่างที่เด่นชัดของแบรนด์วานิไทย ที่ทำให้พิเศษกว่าแคปซูลเลือดจระเข้อื่นๆ นั่นคือ กระบวนการผลิตแบบการฟรีซดราย หรือการทำเยือกแข็งโดยใช้ระบบสุญญากาศ ซึ่งจะคงคุณค่าทางโภชนาการได้ใกล้เคียงกับเลือดสดจริงมากที่สุด การฟรีซดรายเป็นการลงทุนที่สูง  แต่ด้วยปณิธาน  ที่หวังอยากให้คนไทยมีสุขภาพที่ดี และร่างกายที่แข็งแรงจึงเลือกที่จะใช้วิธีการฟรีซดรายนี้ เพื่อคงคุณประโยชน์ของเลือดจระเข้ให้ได้มากที่สุด”

เธอยังอธิบายต่อว่า  ในเลือดจระเข้มีโปรตีนในรูปแบบกรดอะมิโน และมีธาตุเหล็กสูง จึงเหมาะกับผู้ป่วยโลหิตจาง และยังช่วยเกี่ยวกับระบบไหลเวียนโลหิตได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ในเลือดจระเข้ยังมีอินซูลิน และกรดแฟล็คเตอร์ ที่ใช้ในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดจึงเหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน อีกทั้งสารสกัดจากเลือดจระเข้ยังช่วยในการยับยั้งเซลล์มะเร็ง เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง เหมาะกับผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ ภูมิคุ้นกันต่ำ และยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมอีกด้วย

นอกจากนี้แบรนด์วานิไทย ยังได้ทำการศึกษาและวิจัยส่วนอื่นๆ ของจระเข้ เพื่อเตรียมต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในทุกๆ ด้าน เช่น ซีรัมเลือดจระเข้ (Wani-Se) ที่ช่วยลดปริมาณน้ำตาลในเลือดได้โดยตรง เหมาะกับผู้ป่วยด้านเบาหวาน กระดูกจระเข้ (Wani-B) ที่มีปริมาณแคลเซียมสูง ช่วยในเรื่องโรคกระดูกพรุนหรือกลุ่มคนที่กระดูกไม่แข็งแรง น้ำดีจระเข้ (Wani-D) ช่วยในเรื่องโรคจอประสาทตาเสื่อม รวมถึงระบบย่อยอาหารด้วย นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในขั้นตอนการวิจัยในด้านอื่นๆ อีก เช่น ตับอ่อนและไข่จระเข้ เป็นต้น

ในด้านการตลาดหลังจากผลิตภัณฑ์ได้วางจำหน่ายสู่ท้องตลาดในประเทศไทย ก็ได้รับการตอบรับจากกลุ่มผู้ดูแลสุขภาพเป็นอย่างยิ่ง และในปี 2561 ผู้ผลิตมีแผนที่จะส่งออกผลิตภัณฑ์สู่ตลาดต่างประเทศ และมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากต่างประเทศ

“ผลิตภัณฑ์ของเราควบคุมการผลิตตั้งแต่วัสดุดิบ คือ เลือด เพราะเรามีฟาร์มเป็นของตนเอง จนกระทั่งการบรรจุที่มีมาตรฐาน และจัดจำหน่ายสู่ท้องตลาด เพราะฉะนั้นเรามีความมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าผลิตภัณฑ์ของเรามีคุณภาพทัดเทียมกับผลิตภัณฑ์ในตลาดโลก อีกทั้งผลิตภัณฑ์ของเรายังเป็นของใหม่ในตลาดสุขภาพ เราจึงมั่นใจว่าตลาดต่างประเทศน่าจะให้ความสนใจ และตอบรับเป็นอย่างดี ซึ่งนี่จะกลายเป็นการประกาศให้โลกรับรู้ถึงความสามารถในด้านการวิจัย และนวัตกรรมของคนไทยได้เป็นอย่างดี”

นอกจากนี้ ยังได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการขายผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าจากต่างประเทศอีกว่า ในช่วงแรกที่นำผลิตภัณฑ์ออกวางจำหน่าย มีสัดส่วนลูกค้าชาวไทยสูงถึงร้อยละ 90 ของยอดขาย ต่อมาเมื่อมีกลุ่มทัวร์ต่างประเทศติดต่อขอซื้อผลิตภัณฑ์เข้ามา ทำให้ในระยะเวลา 2 ปี สัดส่วนลูกค้าชาวต่างประเทศพุ่งสูงถึงร้อยละ 80 ของยอดขายเลยทีเดียว

ปัจจุบันลูกค้าต่างประเทศรายใหญ่คือประเทศจีน และนอกจากนี้ แบรนด์วานิไทยยังได้เตรียมส่งออกผลิตภัณฑ์ในอีกหลายๆ ประเทศรอบเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ลาว, เวียดนาม, สหรัฐอเมริกาและเยอรมนีอีกด้วย

และในปี พ.ศ. 2561 นี้ “วานิไทย” ได้ปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้ดูทันสมัยยิ่งขึ้น และเตรียมเพิ่มช่องทางการเผยแพร่ผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม เพื่อพัฒนาให้แบรนด์ก้าวทันตลาดโลกในยุคดิจิทัล โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ ซึ่งเป็นช่องทางที่ครอบคลุม สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ง่าย รวมถึงเคเบิ้ลทีวีและวิทยุกระจายเสียง

เพื่อให้แบรนด์สามารถเข้าถึงลูกค้าต่างจังหวัดได้ แสดงให้เห็นว่านอกเหนือจากแผนส่งออกผลิตภัณฑ์สู่ต่างประเทศแล้ว วานิไทยก็ยังใส่ใจและพยายามเข้าถึงลูกค้าชาวไทยด้วย

นับเป็นอีกขั้นของงานวิจัยไทย ที่สามารถต่อยอดสู่ความเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบรับความต้องการของลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ และเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่รักสุขภาพอีกด้วย