เดอะ สตีล เสริมศักยภาพกระบวนการทำงาน

5
รุจิระ จิระพงษ์ตระกูล

เดอะ สตีล เสริมศักยภาพกระบวนการทำงาน ด้วยโซลูชั่น SAP® S4/HANA® และ โซลูชั่น SAP Intelligent Robotic Process Automation

บริษัท เดอะ สตีล จำกัด (มหาชน) หนึ่งในศูนย์บริการเหล็กที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ ประกาศเลือกใช้งานโซลูชั่น SAP® S4/HANA ระบบ ERP สำหรับองค์กรธุรกิจชุดล่าสุดของ เอสเอพี และ SAP Intelligent Robotic Process Automation ในโรงงานผลิต 2 แห่งและคลังสินค้า 3 แห่งทั่วประเทศ เพื่อปรับกระบวนการทางธุรกิจสู่วิถีดิจิทัล ทำงานผสานกันบนแพลตฟอร์มแบบครบวงจรที่คล่องตัวและยืดหยุ่น เตรียมความพร้อมรองรับการเติบโตในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในฐานะผู้ให้บริการผลิตภัณฑ์เหล็กและบริการด้านโลจิสติกส์แบบครบวงจร เดอะ สตีล เล็งเห็นว่าควรต้องเร่งปรับเปลี่ยนองค์กรในเชิงดิจิทัล (digital transformation) เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเหล็กซึ่งมีสภาวะการแข่งขันที่รุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

รุจิระ จิระพงษ์ตระกูล กรรมการบริหาร บริษัท เดอะสตีล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทำให้บริษัทของเราจำเป็นต้องเร่งดำเนินการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานสู่รูปแบบดิจิทัล โจทย์ทางธุรกิจของ เดอะสตีล คือการใช้งานระบบ ERP และ ปรับใช้โซลูชั่นที่มีประสิทธิภาพ ทดแทนระบบแบบเดิมของเรา เพื่อเพิ่มความคล่องตัว ตลอดจนเปลี่ยนผ่านกระบวนการทางธุรกิจที่ซับซ้อนให้กลายเป็นรูปแบบอัตโนมัติ ด้วยเหตุนี้ เราจึงตัดสินใจติดตั้งโซลูชั่น SAP S/4 HANA และ SAP Intelligent Robotic Process Automation พร้อมวางใจให้ บริษัท ราวด์ ทู โซลูชั่นส์ เป็นที่ปรึกษาและดำเนินการวางระบบ

“นอกจากนี้ บริษัทเชื่อมั่นว่าผู้นำองค์กรของเราจะสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ โดยใช้ประโยชน์จากข้อมูลแบบเรียลไทม์ที่วิเคราะห์และประมวลผลด้วย SAP S/4HANA ประกอบกับการเพิ่มความสามารถในการจัดการและวางแผนใช้งานข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนการทำงานผ่านโซลูชั่นที่ล้ำสมัย จะทำให้บริษัทสามารถก้าวนำคู่แข่งได้ ขณะเดียวกัน โซลูชั่น SAP Intelligent Robotic Process Automation จะช่วยลดความซ้ำซ้อนในการทำงานโดยระบบอัตโนมัติ ทำให้พนักงานสามารถผันหน้าที่ไปทำงานด้านอื่นที่เกิดคุณค่าต่อองค์กร” รุจิรา กล่าว

เวเรน่า เซียว ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการของ SAP เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า ปี 2563 เป็นปีที่ท้าทายสำหรับทุกกลุ่มธุรกิจ แนวโน้มของปีที่ผ่านมาชี้ชัดว่า ธุรกิจที่ปรับตัวอย่างรวดเร็วโดยใช้เทคโนโลยีอันชาญฉลาดนั้น จะนำมาซึ่งความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ การรักษาความสามารถด้านการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า รวมถึงการสร้างความยั่งยืนให้ธุรกิจก้าวต่อไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง ด้วยระบบ ERP สำหรับองค์กรธุรกิจชุดล่าสุดของ เอสเอพี ได้แก่ โซลูชั่น SAP S/4HANA และ โซลูชั่น SAP Intelligent Robotic Process Automation จะสามารถเสริมศักยภาพให้ เดอะ สตีล จัดการกระบวนการทำงานด้วยระบบอัตโนมัติปูทางสู่การเป็น อินเทลลิเจนท์ เอ็นเตอร์ไพรซ์ เตรียมความพร้อมสำหรับความท้าทายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตและก้าวนำทุกการแข่งขันทางธุรกิจ

โครงการนี้ดำเนินการโดย บริษัท ราวด์ ทู โซลูชั่นส์ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาด้านการใช้งานโซลูชั่นไอที และด้วยประสบการณ์ที่แข็งแกร่งในการให้บริการและอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของการติดตั้งโซลูชั่นไอทีให้แก่ลูกค้ามากมาย จึงได้รับเลือกให้ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินโครงการติดตั้งระบบดังกล่าว

“ทางบริษัทรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่มีโอกาสติดตั้งระบบและให้คำปรึกษาด้านการใช้งานโซลูชั่น SAP เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของลูกค้า ทำให้สามารถมองภาพกว้างของธุรกิจได้แบบเรียลไทม์บนแพลตฟอร์มที่เป็นหนึ่งเดียว ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการตัดสินใจทางธุรกิจอย่างฉับไวและเต็มประสิทธิภาพ ทั้งนี้ เรามุ่งมั่นที่จะส่งมอบบริการที่ดีที่สุดและตั้งเป้าดำเนินการวางระบบให้เสร็จสิ้นภายใน 9 เดือน เรามีความยินดีที่ เดอะ สตีล เชื่อมั่นและไว้วางใจเลือกบริษัทของเรา เพื่อสนับสนุนเส้นทางการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานสู่ดิจิทัล”

ปัจจุบัน บริษัท เดอะสตีล จำกัด (มหาชน) ดำเนินงานโดยมีสำนักงานใหญ่ ตั้งอยู่ที่จังหวัด สมุทรสาคร มีโรงงานผลิต 2 แห่งและ คลังสินค้า 3 แห่ง ทั่วประเทศ บริษัทยังวางแผนขยายกำลังการผลิต เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการลูกค้าแบบครบวงจรและเสริมความแข็งแกร่งด้านโลจิสติกส์ผ่านการใช้งานโซลูชั่น เอสเอพี

“เพื่อตอกย้ำจุดมุ่งหมายของบริษัทด้วยสโลแกน เหล็กครบ จบที่เดอะสตีล บริษัทจะไม่หยุดพัฒนาขีดความสามารถในการนำเสนอผลิตภัณฑ์เหล็กที่มีคุณภาพสูงสุดให้กับลูกค้าด้วยความว่องไวและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างเต็มที่ เราให้ความสำคัญกับการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีที่แข็งแกร่ง เพราะโซลูชั่นดิจิทัลเป็นรากฐานสำหรับผลักดันความก้าวหน้าในอนาคต การปรับใช้โซลูชั่น SAP จะช่วยให้เราทำงานได้เต็มศักยภาพและรองรับการขยายธุรกิจต่อไป” รุจิระ กล่าวปิดท้าย