สธ.เผยหญิงเชียงใหม่มาคอนเสิร์ตที่ จ.นครราชสีมา ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรง ผลโควิด19ได้ผลลบ

2

กระทรวงสาธารณสุข เผยหญิงจาก จ.เชียงใหม่ ร่วมงานคอนเสิร์ตที่ จ.นครราชสีมา ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ผลโควิด 19 ครั้งแรก ทั้ง 9 คนได้ผลลบ เน้นย้ำ ผู้จัดกิจกรรม /คอนเสิร์ต /งานสังสรรค์สามารถจัดได้ โดยเข้มมาตรการป้องกันโรค เพื่อความปลอดภัย ส่วนผู้อาศัยในคอนโดมิเนียมที่บุคลากรทางการแพทย์ที่ติดเชื้อ สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ

วันนี้ (13 ธันวาคม 2563) ที่ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข
จ.นนทบุรี นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค และ นายแพทย์วิชาญ ปาวัน นายแพทย์เชี่ยวชาญ กรมควบคุมโรค แถลงข่าวสถานการณ์โรคโควิด 19 โดย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงความคืบหน้าผู้ป่วยโควิด 19 จาก จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมาว่า ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อรวม 58 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 2 ราย
( จ.สิงห์บุรี และจ.เชียงราย) โดย 9 รายใหม่ที่ได้รับรายงานเป็นผู้ติดเชื้อที่มาจากประเทศเมียนมา ทั้งหมดได้เข้าสู่ระบบกักกันโรค และเข้ารับรักษาที่โรงพยาบาล ไม่มีการปะปนกับคนในชุมชน ความเสี่ยงในพื้นที่ไม่ได้เพิ่มขึ้น

“จากการทำงานที่ผ่านมาถือว่าเป็นบทเรียนและเป็นข้อดี ทำให้เกิดความร่วมมือระหว่าง ฝ่ายความมั่นคง
ฝ่ายปกครอง อสม. และจากพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนที่ได้มีมาตรการติดตามกำกับอย่างเข้มงวด
ขอเน้นย้ำคนไทยที่ต้องการกลับเข้าประเทศ ต้องเข้ามาอย่างถูกช่องทาง ถูกกฎหมาย เข้าสู่ระบบกักกันโรค หากลับลอบเข้ามาจะมีความผิดตามกฎหมายหลายข้อโดยเฉพาะ พรก.ฉุกเฉิน” นายแพทย์โอภาส กล่าว

นายแพทย์โอภาสกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีมีข่าวในสื่อโซเชียลมีเดีย พบผู้ติดเชื้อจาก จ.เชียงใหม่ ร่วมกิจกรรมคอนเสิร์ตที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมานั้น จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า เป็นหญิงอายุ 43 ปี เดินทางมาพร้อมกับเพื่อน 7 คน จาก จ.เชียงใหม่ โดยเครื่องบินไปที่สนามบินดอนเมือง แล้วนั่งรถตู้ไปที่งานคอนเสิร์ต ซึ่งรายนี้มีโรคประจำตัวอยู่เดิม คือ กล้ามเนื้ออ่อนแรง ทำให้เกิดอาการระบบทางเดินหายใจล้มเหลวต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ผลตรวจเชื้อโควิด 19 ทุกคนรวมเพื่อน 7 คนและคนขับรถตู้ ผลการตรวจ
ครั้งแรกทั้งหมดไม่พบติดเชื้อ ขอความร่วมมือประชาชนก็อย่าแชร์ หรือส่งต่อข่าวปลอม เนื่องจากจะทำให้เกิดความตื่นตระหนกอาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ได้

สำหรับการดำเนินการ กรณีที่งานคอนเสิร์ตพบผู้ร่วมงานบางคนไม่สวมหน้ากากอนามัย และมีการรวมตัวค่อนข้างแออัด จุดเสี่ยงสำคัญคือบริเวณด้านหน้าเวทีที่มีการตะโกนและเบียดเสียดกัน เบื้องต้นทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมาได้ลงพื้นที่ติดตาม และแจ้งเตือนกับผู้จัดงานแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข จึงรายงานผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป สำหรับผู้เข้าชมคอนเสิร์ตที่ได้ลงทะเบียนผ่าน “ไทยชนะ” ทั้งหมด 30,150 คน จะมีการแจ้งข้อปฏิบัติตัวส่งไปทาง SMS เพื่อให้เกิดความสบายใจ อย่างไรก็ตาม การจัดกิจกรรมต่างๆ สามารถดำเนินการได้ โดยผู้ที่จัดงานจะต้องดำเนินการตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขหรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสั่งการ อย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ สถานที่ต้องมีอากาศถ่ายเทสะดวกไม่แออัดมากเกินไป จัดอุปกรณ์ล้างมือให้ครบถ้วน มีระบบติดตามผู้ที่เข้าร่วมงานได้ และจะต้องมีคนที่สามารถตัดสินใจแก้ไขสถานการณ์ในการกำกับต่างๆได้ สำหรับผู้ร่วมงานจะต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา สำหรับพื้นที่จะต้องมีหน่วยงานที่ลงไปติดตามกำกับดูแล

ด้านความก้าวหน้าวัคซีนโควิด 19 ขณะนี้ทั่วโลกมีวัคซีนหลายชนิดที่อยู่ระหว่างการทดลองระยะ 3
ในมนุษย์ ซึ่งมีความปลอดภัย ส่วนใหญ่มีผลการป้องกันควบคุมโรคกว่าร้อยละ 70 นับว่าเป็นเรื่องที่ดี สำหรับประเทศไทย ท่านนายกรัฐมนตรี รวมถึง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มีนโยบายสนับสนุนและ

นำวัคซีนมาฉีดให้กับคนไทยให้ได้มากที่สุด โดยประเทศไทยได้ดำเนินการรับเทคโนโลยีจากประเทศอังกฤษเพื่อมาผลิตวัคซีนในประเทศ โดยบริษัทสยามไบโอไซน์ หากเป็นไปตามแผนจะสามารถมีวัคซีนล็อตแรกจำนวน 26 ล้านโด๊ส สำหรับคนไทยกลุ่มแรกจำนวน 13 ล้านคน หากประเทศไทยเราสามารถผลิตได้มากขึ้นก็จะทยอยฉีดให้กับประชาชนต่อไป

ด้านนายแพทย์วิชาญ ปาวัน นายแพทย์เชี่ยวชาญ กรมควบคุมโรค กล่าวเกี่ยวกับประเด็นผู้ติดเชื้อในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ ว่า จากการลงพื้นที่สอบสวนโรคร่วมกันระหว่างทีมกรมควบคุมโรค และสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร อย่างละเอียด ได้ข้อสรุปว่าเป็นการติดเชื้อในสถานกักตัวที่รัฐกำหนด Alternative State Quarantine ไม่ใช่การติดเชื้อในโรงพยาบาล และเป็นการติดเชื้อจากการใช้ชีวิตประจำร่วมกัน อยู่ในวงจำกัดไม่กระจายไปวงอื่น
ส่วนผู้ติดเชื้อรายที่ 6 โอกาสแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นค่อนข้างน้อย เนื่องจากได้กักกันตัวเองไว้ตั้งแต่ช่วงต้น ส่วนคอนโดมีเนียม

ที่ผู้ติดเชื้อรายที่ 6 พักอาศัยได้ลงพื้นที่สอบสวนโรคและทำการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดโดยละเอียด พบว่า ไม่มีการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้อื่น และอยู่ในคอนโดมีเนียมระยะเวลาสั้นๆ ช่วงระหว่างรอผลการตรวจเชื้อ ทางคอนโดมิเนียมได้มีการทำความสะอาดลิฟท์ โถงทางเดินและห้องพักเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นผู้ที่พักอาศัยอยู่ที่คอนโดมิเนียมดังกล่าวถือว่าไม่มีความเสี่ยงสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่ต้องมีการกักตัว ส่วนผู้ติดเชื้ออายุ 70 ปี ที่ลักลอบเดินทางมาจากประเทศเมียนมา ผ่านทาง อ.แม่สอด จ.ตาก ขณะนี้อาการดีขึ้นตามลำดับ

สำหรับสถานการณ์โรคโควิด 19 ของประเทศไทยประจำวันที่ 13 ธันวาคม 2563 มีผู้ป่วยรายใหม่ 17 ราย
หายป่วยเพิ่มขึ้น 8 ราย ส่งผลให้มีผู้ป่วยสะสม 4,209 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 2,462 ราย เดินทางมาจากต่างประเทศ 1,747 ราย เข้าสถานที่กักกัน 1,216 ราย หายป่วยสะสม 3,923 ราย ยังรักษาในโรงพยาบาล 226 ราย และเสียชีวิตสะสม 60 ราย ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั้งหมดเดินทางมาจากต่างประเทศและเข้ารับการกักกันตามระบบ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา 2 ราย สวิสเซอร์แลนด์ 2 ราย ปากีสถาน 1 ราย สหราชอาณาจักร 1 ราย ญี่ปุ่น 1 ราย บาเรนห์ 1 ราย และเมียนมา 9 ราย แบ่งเป็นคนไทย 13 ราย และคนต่างชาติ 4 ราย ทั้งหมดเข้ารับการรักษาตามระบบแล้ว

ส่วนสถานการณ์ในต่างประเทศ ทั่วโลกยังคงมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในวันนี้ มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 635,548 ราย ทำให้มีผู้ติดเชื้อทั่วโลก 72,103,223 ราย ซึ่งคาดจำนวนผู้ติดเชื้อจริงอาจมากกว่าที่ได้รับรายงานอยู่มากโดยประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา 16.5 ล้านราย อินเดีย 9.8 ล้านราย บราซิล 6.8 ล้านราย รัสเซีย 2.6 ล้านราย ฝรั่งเศส 2.3 ล้านราย