สานแนวคิด Craft Destination ปลุกความอาร์ตแล้วไปชมวิถีคนคราฟต์

183

 

ถือเป็นกิจกรรมประจำปีที่ทุกคนรอคอยไปแล้ว สำหรับงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ซึ่งจัดขึ้นทุกต้นปีที่สวนลุมพินี นอกจากผู้เข้าร่วมงานจะได้ชมการแสดงทางวัฒนธรรมจากทุกถิ่นทั่วไทยแล้ว ยังมีร้านจำหน่ายสินค้า ทั้งของกินของใช้ที่น่าตื่นตาตื่นใจ เรียกได้ว่าเป็นมหกรรมการช้อปสไตล์ไทยๆ อันยิ่งใหญ่ อีกรายการแห่งปี

หนึ่งในนั้นคือผลงานศิลปหัตถกรรมไทยจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เป็นอีกสินค้าหนึ่งที่ได้รับการยอมรับในตลาดสากล  มีหน่วยงานต่างๆ เข้ามาพัฒนา ต่อยอด และเพิ่มศักยภาพให้กับผู้รังสรรค์ผลงานในทุกระดับ เช่นเดียวกับ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT

และในงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2561(Thailand Tourism Festival 2018)  นี้ SACIT ก็ได้เข้าร่วมงานภายใต้แนวคิด  “ชวนเที่ยว เรียนรู้ สู่วิถีคนคราฟต์”   มุ่งสร้างการรับรู้และการยอมรับในภูมิปัญญาของงานศิลปหัตถกรรมไทย ผ่านการท่องเที่ยว โดยงานนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 – 21 มกราคม 2561 ที่สวนลุมพินี

อัมพวัน พิชาลัย

นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ กล่าวว่า ในปี 2561 SACICT มีแนวทางในการผลักดันชุมชนหัตถกรรมให้เกิดความเชื่อมโยงกับ การท่องเที่ยว โดยการสนับสนุนให้ชุมชนเป็นจุดหมายไปพร้อมๆ กับการท่องเที่ยว (Craft Destination)  ที่นำเสนอคุณค่า และภูมิปัญญาของการสร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมภายในชุมชน

การเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2561  SACICT  ได้คัดเลือก 4 ชุมชนที่มีจุดเด่นอันเป็นอัตลักษณ์ และมีจุดขายที่แตกต่างกันเข้าไปร่วมจัดแสดงและจำหน่ายภายในงานฯ ภายใต้แนวคิด “ชวนเที่ยว เรียนรู้ สู่วิถีคนคราฟต์” (Travel & Learn หมายถึง Travel ออกไปเที่ยว ออกไปสัมผัสวิถีไทย เติมความสุขใจ ด้วยงานคราฟต์ และ Learn ออกไปเรียนรู้ ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง มี Moment of Silence แบบวิถีคนทำคราฟต์) ประกอบด้วย

 

ผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ กลุ่มชุมชนบ้านหนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ

กลุ่มชุมชนหนองบัวแดง  การทอผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ และเทคนิคการทอผ้าอันเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่ม ที่มีการทอผ้าที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ ปลอดสารเคมีในทุกขั้นตอน ลักษณะเด่นของผ้าทอมือหนองบัวแดง คือ การสืบสานภูมิปัญญาการทอผ้าของคนในชุมชนและสืบทอดวิธีการทอและลวดลายลงบนผืนผ้าที่ย้อมจากวัสดุจากธรรมชาติ โดยมี นางสาวอนัญญา เค้าโนนกอก ครูช่างศิลปหัตถกรรมประจำปี 2554 ได้รวมกลุ่มชาวบ้านหนองบัวแดงตั้งเป็นกลุ่มทอผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติโดยใช้วัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่น เช่น สีครามที่มาจากต้นคราม สีเหลืองจากแก่นขนุน สีดำจากผลมะเกลือ สีแดงจากครั่ง และสีม่วงจากเปลือกมังคุด เป็นต้น และจุดสำคัญในการย่อมผ้าทอมือหนองบัวแดง คือ โคลน ทุกขั้นตอนใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่น และมีขั้นตอนการผลิตเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ผ้าบาติก ลายโบราณ จ.กระบี่

ผ้าบาติก เริ่มเข้ามาทางจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยได้รับอิทธิพลมาจากมาเลเซีย ซึ่งมาเลเซียเองก็ได้รับอิทธิพลมาจากอินโดนีเซียอีกทอดหนึ่ง คนไทยรู้จักผ้าบาติกในลักษณะของ “ผ้าพันหรือผ้าปาเต๊ะพัน” โดยเรียกตามวิธีนุ่ง คือ พันรอบตัว คำว่า “โสร่ง” ก็มาจากภาษาอินโดนีเซียเช่นเดียวกัน หมายถึง ผ้านุ่ง คนในท้องถิ่นภาคใต้ เรียกบาติกว่า “ผ้าปาเต๊ะ” หรือ “ผ้าบาเต๊ะ”  โดยนายธนพล รักษาวงศ์ ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2559 ผู้สืบทอดลวดลายผ้าบาติกเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของภาคใต้ต่อกันมาหลายชั่วอายุคน

จุดเด่นของผ้าบาติกโบราณใช้เทคนิคการพิมพ์ลายด้วยการสร้างบล็อกโลหะให้เกิดลวดลายต่างๆ โดยการสร้างสรรค์ลวดลายมักได้แรงบันดาลใจจาก พืชพรรณธรรมชาติ สถานที่สำคัญและสิ่งแวดล้อมรอบตัว โดยปัจจุบันได้พัฒนางานผ้าบาติกจากเดิมที่เป็นผ้าผืนให้กลายมาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อให้สามารถตอบสนองกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ดียิ่งขึ้น โดยยังคงการออกแบบลาย และทำบล็อกโลหะด้วยตนเองตามแบบภูมิปัญญาในนามกลุ่ม “มูราบาติก”

กลุ่มอนุรักษ์ผีตาโขน จ.เลย

ประเพณีแห่ผีตาโขนจัดเป็นส่วนหนึ่งในงานบุญประเพณีใหญ่  หรือที่เรียกว่า “งานบุญหลวง” หรือ “บุญผะเหวด” ซึ่งตรงกับเดือน 7 มีขึ้นที่อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และจัดเป็นการละเล่นที่ถือเป็นประเพณีทุกปี เกี่ยวโยงกับงานบุญพระเวสหรือเทศน์ มหาชาติประจำปีกับพระธาตุศรีสองรัก กระบวนแห่ผีตาโขนโดยแต่งกายคล้าย ผีและปีศาจใส่หน้ากากขนาดใหญ่ที่เป็นเอกลักษณ์มีลวดลายที่งดงามแตกต่างกันไป นายอภิชาติ คำเกษม ครูช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2556 และเป็นประธานกลุ่มอนุรักษ์ผีตาโขน จังหวัดเลย ได้รักษาประเพณีและวัฒนธรรมดั้งเดิมของจังหวัดเลยไว้ ด้วยการใช้ความชำนาญในงานเซรามิคพัฒนาหน้ากากผีตาโขนในรูปแบบต่างๆ เช่น โคมไฟ แก้วเซรามิค ทำให้ประเพณีโบราณกลมกลืนไปกับการใช้ชีวิตของคนยุคปัจจุบันได้อย่างลงตัว

กลุ่มรุ่งอรุณของเล่นโบราณ จ.กรุงเทพมหานคร

ของเล่นโบราณ เป็นของเล่นที่เกิดจาก  ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษปู่ย่าตายาย สะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาของท้องถิ่นนั้นๆ เป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความสุข ความสนุกสนาน ตลอดจน ฝึกพัฒนาการ สร้างเสริมลักษณะนิสัยของเด็กจากของเล่นแต่ละชนิด อีกทั้งยังมีส่วนช่วยสานสัมพันธ์กันในกลุ่มเพื่อนๆ หรือระหว่างลูกหลาน กับพ่อแม่ปู่ย่าตายายได้เป็นอย่างดี นายทวีทรัพย์ นามขจรโรจน์ ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2560 และผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ของเล่นโบราณ “รุ่งอรุณ” ในเขตทวีวัฒนา จ.กรุงเทพมหานคร ผู้ที่เคยอยู่ในวัยที่เคยสัมผัสภูมิปัญญาพื้นบ้าน ซึ่งอยู่ในของเล่นโบราณหลากหลายชนิดมาก่อน จึงเป็นที่มาให้เกิดการอนุรักษ์งานของเล่นโบราณเอาไว้ เพื่อส่งต่อเรื่องราวให้ลูกหลานได้รู้จักต่อไปในอนาคต ก่อนที่จะสูญหายไปจากสังคมไทย

สนใจก็ไปชมกันได้ แล้วจะเห็นว่าพัฒนาการของงานศิลปหัตถกรรมไทย นอกจากจะมีความวิจิตรบรรจงและทรงคุณค่าแล้ว ยังมีการพัฒนา ประยุกต์ ต่อยอดให้เกิดความทันสมัย มีความน่าสนใจ น่าซื้อหามาใช้หรือเป็นของขวัญของที่ระลึก พบกันได้ที่ เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2561   ระหว่างวันที่ 17 – 21 มกราคม 2561 ณ สวนลุมพินี สอบถามโทร. 1289 หรือ facebook.com/sacict