ออมสินเปิดกู้ฉุกเฉิน รายละ 5 หมื่นบาท

14

ธนาคารออมสิน เปิดให้กู้รอบ 2 “สินเชื่อช่วยประชาชนที่มีรายได้ประจำ” ผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (โควิด-19) รายละไม่เกิน 50,000 บาท ดอกเบี้ย 0.35% ต่อเดือน ผ่อนชำระ 3 ปี เปิดยื่นกู้ 4 สิงหาคมนี้ ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th

วิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบมาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ต่อเศรษฐกิจไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม ธนาคารออมสินได้มีมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนผ่านการให้สินเชื่อฉุกเฉินเพื่อบรรเทาผลกระทบ ด้วย “โครงการสินเชื่อพิเศษ” วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท

วิทัย รัตนากร

สำหรับสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มีรายได้ประจำ ซึ่งมีผู้สนใจยื่นกู้จำนวนมากจนเต็มวงเงินในเวลาอันรวดเร็ว แต่เมื่อพิจารณาตามกระบวนการสินเชื่อแล้ว ปรากฏมีผู้ยื่นกู้ไม่ผ่านเกณฑ์หรือคุณสมบัติไม่ตรง และไม่มาติดต่อธนาคารตามที่ได้แจ้งข้อความผ่าน SMS จึงทำให้ยังมีวงเงินอยู่อีกจำนวนหนึ่ง ธนาคารออมสินจึงเปิดให้บริการสินเชื่อนี้อีกครั้ง โดยเปิดให้ยื่นเรื่องผ่านเว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2563 เป็นต้นไป
การปล่อยกู้ในครั้งนี้ ธนาคารฯ ยังคงให้วงเงินกู้สูงสุด 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0.35% ต่อเดือน (Flat Rate) ให้ผ่อนชำระไม่เกิน 3 ปี โดยคุณสมบัติผู้กู้ต้องเป็นผู้มีรายได้ประจำ เช่น พนักงานบริษัทในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวหรือธุรกิจบริการ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง ได้รับผลกระทบ เช่น ตกงาน ถูกลดเงินเดือน ขาดรายได้ เป็นต้น
ทั้งนี้ สามารถใช้บุคคลหรือหลักทรัพย์ค้ำประกันก็ได้ เพียงมีอายุ 20 ปีขึ้นไป สัญชาติไทย มีถิ่นที่อยู่อาศัยแน่นอนสามารถติดต่อได้ มีเอกสารทางการเงินเป็นรายงานการจ่ายเงินเดือน (สลิปเงินเดือน) 1 เดือนล่าสุดทั้งผู้กู้และผู้ค้ำประกัน หรือใช้เอกสารแสดงการเดินบัญชี (Statement) ย้อนหลัง 3 เดือนล่าสุด

“การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ไปทั่วโลก ยังคงส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย และส่งผลต่อความเป็นอยู่ของประชาชน ธนาคารออมสินจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการช่วยประชาชนด้วยสินเชื่อนี้จะเป็นการบรรเทาผลกระทบลงได้บ้างเพื่อช่วยคลี่คลายสถานการณ์ที่เดือดร้อนของประชาชนอีกเป็นจำนวนมาก โดยจะเปิดให้บริการไปจนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2563 นี้” ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าว