รพ.ราชวิถีร่วมกับเอสซีจี พัฒนานวัตกรรมปกป้องบุคลากรทางการแพทย์

8

โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ ร่วมกับเอสซีจี พัฒนานวัตกรรมห้องคัดกรองตรวจผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อโรคโควิด 19 และนวัตกรรมชุดอุปกรณ์ป้องกันเชื้อแบบเคลื่อนที่ ได้แก่ เช่น ห้อง ICU แยกผู้ป่วยความดันลบ ห้องตรวจเชื้อความดันลบ และแคปซูลเคลื่อนย้ายความดันลบ สร้างระบบการดูแลผู้ป่วย “แยกโรคและเก็บกักเชื้อ” ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เริ่มใช้แล้วแห่งแรกที่โรงพยาบาลราชวิถี

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งได้แพร่อย่างรวดเร็วและกว้างขวางในหลายประเทศทั่วโลก ทำให้มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก รวมทั้งประเทศไทยที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีประชาชนที่เข้ามารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลเป็นจำนวนมาก กรมการแพทย์มีความห่วงใยต่อสุขภาพของประชาชนที่จะต้องได้รับการตรวจรักษาอย่างถูกต้องตามมาตรการและกระบวนการป้องกันการติดเชื้อ ตลอดจนตระหนักถึงความปลอดภัยของบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล

ซึ่งอาจติดเชื้อจากการให้บริการ การตรวจ หรือการรักษาพยาบาล โดยโรงพยาบาลราชวิถีถือเป็นหน่วยงานหลักของกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในการรับดูแลผู้ป่วยที่ติดเชื้อโรคโควิด-19 ทั้งนี้ ด้วยนวัตกรรมที่โรงพยาบาลราชวิถีพัฒนาร่วมกับเอสซีจีทำให้สามารถสร้างระบบการดูแลผู้ป่วย “แยกโรคและเก็บกักเชื้อ” ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ อันเป็นประโยชน์อย่างสูงในการป้องกันการแพร่เชื้อไปยังบุคลากรทางการแพทย์ และผู้ป่วยรายอื่นๆ ต่อไป

นายแพทย์สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันยังคงมีผู้ป่วยรายใหม่หรือกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงมารับการตรวจที่คลินิกโรคระบบทางเดินหายใจ (ARI Clinic) ของโรงพยาบาล ประมาณ 100 – 150 คนต่อวัน จึงถือเป็นเรื่องดีที่ทีมแพทย์โรงพยาบาลราชวิถีร่วมกับเอสซีจีคิดค้นนวัตกรรมที่มีความจำเป็นเร่งด่วนกับสถานการณ์มาใช้ภายในเวลาอันสั้น อีกทั้งสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและความปลอดภัย

อาทิ ห้องคัดกรองตรวจผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อโรคโควิด-19 ที่ติดตั้งโดยใช้ระยะเวลา 2 วัน เป็นห้องที่แยกออกจากตัวอาคารของโรงพยาบาลด้วยระบบควบคุมแรงดันและการหมุนเวียนของคุณภาพอากาศที่เหมาะสม โดยทีมแพทย์จะอยู่ในห้องที่ไม่มีอากาศเสียจากภายนอกเข้าไป อากาศภายในจึงบริสุทธิ์ ส่วนผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงติดเชื้อจะอยู่ในห้องที่มีระบบการป้องกันอากาศรั่วไหลไม่ให้เชื้อไวรัสฟุ้งกระจายออกสู่ภายนอก

นอกจากนี้ยังมีการใช้แสงยูวีเข้มข้นสูงฆ่าเชื้อโรคต่างๆ หลังการใช้งานห้องทุกครั้ง สำหรับนวัตกรรมชุดอุปกรณ์ป้องกันเชื้อแบบเคลื่อนที่ ได้แก่ ห้อง ICU แยกผู้ป่วยความดันลบ เป็นห้องที่แพทย์และพยาบาลสามารถทำการรักษาผู้ป่วยหนักได้ทันที โดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยหรืออุปกรณ์ช่วยชีวิตอื่นๆ ทำงานด้วยระบบความดันลบเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อสู่ภายนอก , ห้องตรวจเชื้อความดันลบ เป็นห้องตรวจเคลื่อนที่ที่ช่วยให้ทีมแพทย์และพยาบาลสามารถสอดมือผ่านมือยางเข้าไปทำหัตถการกับผู้ป่วยได้ โดยไม่ต้องสัมผัสกับผู้ป่วยโดยตรง

ซึ่งภายในห้องควบคุมแรงดันอากาศให้เป็นได้ทั้งลบหรือบวก นอกจากนวัตกรรมหลักทั้ง 3 ชนิดที่จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้ทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ในการปฏิบัติงานแล้ว ยังมีแคปซูลเคลื่อนย้ายความดันลบ ที่เป็นอุปกรณ์ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อระหว่างการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย และอุปกรณ์ครอบศีรษะคนไข้เพื่อป้องกันเชื้อสำหรับงาน ทันตกรรม ที่ออกแบบมาเพื่อลดการสัมผัสละอองน้ำที่ฟุ้งกระจายขณะที่ทีมแพทย์ปฏิบัติงานอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด โดยการดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีผู้คนแออัด หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการโรคระบบทางเดินหายใจ กินร้อน ช้อนส่วนตัว ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่างทางสังคม หรือ Social Distancing พร้อมทั้งสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันโรค หากสงสัยว่าตนเองติดเชื้อโรคโควิด-19 หรือไม่ สามารถทำแบบประเมินความเสี่ยงผ่านเว็บไซต์ http://covid19.rajavithi.go.th เพื่อลดการมาโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น และลดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดได้อีกด้วย