อะโดบีเปิดตัวโซลูชั่น Adobe Experience Manager as a Cloud Service

7

อะโดบี (Nasdaq:ADBE) เปิดตัว Adobe Experience Manager as a Cloud Service ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Adobe Experience Cloud โดยนับเป็นโซลูชั่นคลาวด์เนทีฟที่ก้าวล้ำที่สุดสำหรับการจัดการประสบการณ์ดิจิทัล

ผสานรวมฟีเจอร์ที่พร้อมสรรพและตัวเลือกที่หลากหลายสำหรับการปรับแต่งคอนเทนต์อย่างที่นักการตลาดและนักพัฒนาต้องการ พร้อมความคล่องตัวที่เหมือนกับซอฟต์แวร์ในรูปแบบของบริการ (SaaS) แบรนด์ต่างๆ จะสามารถเรียนรู้และใช้งานแอปพลิเคชั่นดังกล่าวได้อย่างฉับไวภายในเวลาไม่กี่นาที และนำเสนอคอนเทนต์และประสบการณ์ที่ปรับแต่งอย่างยืดหยุ่นได้อย่างรวดเร็วโดยใช้เวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ในการจัดเตรียม ซึ่งปกติแล้วจะต้องใช้เวลาหลายเดือนสำหรับกระบวนการดังกล่าว

ในระบบเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการนำเสนอประสบการณ์ ทุกองค์กรจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนไปสู่ธุรกิจดิจิทัล Adobe Experience Cloud นำเสนอโซลูชั่นสำหรับการเก็บรวบรวมข้อมูลและการกลั่นกรองข้อมูลเชิงลึก การจัดการและปรับแต่งคอนเทนต์ การจัดการเส้นทางของลูกค้า การค้าและโฆษณา ซึ่งจะช่วยผลักดันการจัดการประสบการณ์ของลูกค้า (Customer Experience Management – CXM) อย่างเหมาะสม ครอบคลุมทั้งธุรกิจแบบ B2B และ B2C สำหรับบริษัททุกขนาด

โลนี่ สตาร์ค

โลนี่ สตาร์ค ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์และการตลาดผลิตภัณฑ์ของอะโดบี กล่าวว่า “Adobe Experience Manager as a Cloud Service ช่วยขยายขีดความสามารถขององค์กรต่างๆ ในการสร้าง จัดการ และนำเสนอแคมเปญ ดิจิทัลแอสเซ็ท และประสบการณ์ที่หลากหลายได้รวดเร็วมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน นับเป็นโซลูชั่นที่ดีเยี่ยมสำหรับบริษัทขนาดกลางและองค์กรขนาดใหญ่ที่ดำเนินการปรับเปลี่ยนธุรกิจอย่างกว้างขวางและมีแผนที่จะปรับใช้เครื่องมือดิจิทัลที่ก้าวล้ำ แต่ต้องการความสะดวกและความยืดหยุ่นเพิ่มมากขึ้นเพื่อรองรับโมเดลธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง”

เบน สไนเดอร์ ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ไอทีของ Under Armour กล่าวว่า “เราตัดสินใจเข้าร่วมเป็นหนึ่งในลูกค้ากลุ่มแรกที่เริ่มต้นใช้งาน Adobe Experience Manager as a Cloud Service เพราะโซลูชั่นดังกล่าวรองรับการปรับขนาดอย่างยืดหยุ่น และองค์ประกอบต่างๆ บูรณาการเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ทุกวันนี้ โปรแกรมจัดการดิจิทัลแอสเซ็ทของเรารันอยู่บนบริการคลาวด์ ซึ่งช่วยเพิ่มความรวดเร็วอย่างมากในการอัพโหลดแอสเซ็ทสำหรับซีซั่นใหม่”

สตีฟ ชูลซ์ หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีด้านการตลาดของ Esri กล่าวว่า “เราสนใจที่จะร่วมเป็นหนึ่งในลูกค้ากลุ่มแรกที่เริ่มใช้งาน Adobe Experience Manager as a Cloud Service และแทนที่เราจะต้องจัดการกับการติดตั้งอัพเดตซอฟต์แวร์จำนวนมากให้กับระบบที่ติดตั้งไว้ในองค์กร Adobe Experience Manager as a Cloud Service ก็มีการอัพเดตระบบอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ กระบวนการบูรณาการส่วนประกอบต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างต่อเนื่องก็นับเป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดข้อผิดพลาดระหว่างการติดตั้งได้อย่างมากเลยทีเดียว”

การจัดการคอนเทนต์จำนวนมากโดยเกี่ยวข้องกับทีมงานฝ่ายต่างๆ การปรับแต่งคอนเทนต์สำหรับช่องทางการติดต่อที่หลากหลาย และการปรับแต่งคอนเทนต์โดยอ้างอิงข้อมูลและข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์ นับเป็นปัญหาท้าทายที่แบรนด์ต่างๆ ต้องเผชิญในแต่ละวัน Adobe Experience Manager as a Cloud Service คือแอปพลิเคชั่นที่ทันสมัย ออกแบบเป็นพิเศษสำหรับการจัดการประสบการณ์

โดยผสานรวมแอปพลิเคชั่นการจัดการคอนเทนต์ (Content Management – CMS) ที่ปลอดภัย คล่องตัว และปรับขนาดได้อย่างยืดหยุ่น รวมไปถึงการจัดการดิจิทัลแอสเซ็ท (Digital Asset Management – DAM), การจัดการป้ายประชาสัมพันธ์ดิจิทัล (Digital Signage Management) และการสื่อสารกับลูกค้า (Customer Communication – CCM) อะโดบีนำเสนอแอปพลิเคชั่นหนึ่งเดียวที่มอบความคุ้มค่าภายในเวลาอันรวดเร็วเหมือนกับ SaaS ทั้งยังสามารถต่อขยายและปรับแต่งให้สอดรับกับความต้องการทางธุรกิจอีกด้วย

รายละเอียดและคุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์

บริษัทขนาดกลางและขนาดใหญ่กลุ่มแรกที่ปรับใช้แอปพลิเคชั่นดังกล่าวสามารถนำเข้าข้อมูลได้เร็วขึ้น 50%, เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการได้ถึง 40%, ลดระยะเวลาหยุดทำงานของระบบให้เหลือศูนย์โดยเป็นผลมาจากการอัพเดตระบบอย่างสม่ำเสมอตามตารางเวลา และเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างคอนเทนต์ได้กว่า 20% การเปลี่ยนย้ายไปสู่บริการคลาวด์เนทีฟช่วยให้ฝ่ายการตลาดและไอทีได้รับประโยชน์มากมาย เช่น:

• ได้รับประโยชน์อย่างคุ้มค่าภายในเวลาที่รวดเร็วมากขึ้น: ปรับปรุงการพัฒนาคอนเทนต์ โดยที่บริษัทเจ้าของแบรนด์ไม่จำเป็นต้องทำการปรับแต่งล่วงหน้าสำหรับประสบการณ์บนเว็บไซต์ Adobe Experience Manager as a Cloud Service นำเสนอสภาพแวดล้อม CMS และ DAM ที่มีคุณภาพในระดับโปรดักชั่นมืออาชีพภายในเวลาไม่กี่นาที ตัวอย่างเช่น บริษัทจะสามารถนำเสนอประสบการณ์รูปแบบใหม่บนเว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็ว และใช้เป็นพื้นฐานสำหรับการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านประสบการณ์ลูกค้าในอนาคต

• ความคล่องตัวของระบบคลาวด์: ด้วยแอปพลิเคชั่นที่เข้าใช้งานได้อย่างง่ายดาย มีการอัพเดตให้ทันสมัยอยู่เสมอ และปรับขนาดได้อย่างยืดหยุ่น ผู้บริหารฝ่ายสารสนเทศหรือซีไอโอจึงไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการทำให้ระบบหยุดทำงานเพื่อรองรับการอัพเกรดเวอร์ชั่น และสามารถพึ่งพาสภาพแวดล้อมที่รองรับการใช้งานจริงซึ่งได้รับการกำหนดค่าและดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องตามแนวทางการรักษาความปลอดภัยและการควบคุมตามมาตรฐานของอะโดบี

• การปรับแต่งประสบการณ์: เพิ่มผลตอบแทนการลงทุน (ROI) ด้วยการดำเนินการโดยอ้างอิงข้อมูลแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับลูกค้า และให้ความสำคัญกับการตัดสินใจเลือกของผู้ใช้ ตัวอย่างเช่น ถ้าข้อมูลการซื้อก่อนหน้านี้บ่งบอกว่าลูกค้าชื่นชอบทุกอย่างที่เป็นสีแดง และลูกค้าสนใจอีเมลที่แนะนำสินค้าประเภทเสื้อโค้ท ด้วยการใช้ Adobe Sensei ซึ่งเป็นระบบ AI และ Machine Learning ของอะโดบี บริษัทเจ้าของแบรนด์ก็อาจปรับใช้ข้อมูลเชิงลึกดังกล่าว และแนะนำเสื้อโค้ทสีแดงซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างยอดขาย นอกจากนั้น Adobe Sensei ยังช่วยให้บริษัทสามารถใส่แท็กรูปภาพและวิดีโอโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ทีมงานต่างๆ สามารถทุ่มเทเวลาให้กับงานครีเอทีฟได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องเสียเวลาไปกับงานเล็กๆ น้อยๆ ดังกล่าว

• ประสบการณ์ที่ครอบคลุมหลากหลายช่องทาง: สร้างและนำเสนอประสบการณ์ผ่านช่องทาง อุปกรณ์ หรือแอปที่หลากหลาย โดยบริษัทจะสามารถทุ่มเทให้กับการสร้างคอนเทนต์ที่สอดรับกับกลุ่มเป้าหมายหลัก และใช้เทคโนโลยี Adobe Sensei เพื่อปรับปรุงการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการปรับเปลี่ยนคอนเทนต์สำหรับช่องทางต่างๆ โดยกระบวนการนี้จะดำเนินการโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ ทีมงานต่างๆ ยังสามารถทำงานไปพร้อมๆ กันโดยใช้แอสเซ็ทที่หลากหลายสำหรับช่องทางต่างๆ ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาที่มีค่าสำหรับการจัดการโครงการและการปรับแต่งอุปกรณ์