อ.ส.ค.โชว์พลังอุตสาหกรรมโคนมไทยสู่ประเทศสมาชิกภาคีโคนมเอเชีย

65

อ.ส.ค.โชว์พลังอุตสาหกรรมโคนมไทยสู่ประเทศสมาชิกภาคีโคนมเอเชียในงานประชุม“แดรี่ เอเชีย 2017” ที่กรุงเนปิดอว์ ประเทศพม่า พร้อมสร้างความร่วมมือสู่การพัฒนาโคนมเข้มแข็งยั่งยืน

Advertisement

ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เปิดเผยว่า องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาติ (เอฟเอโอ) ได้มอบหมายให้ อ.ส.ค.เป็นตัวแทนประเทศไทยร่วมจัดประชุมภาคีโคนมเอเชียหรือ “แดรี่ เอเชีย 2017” (Dairy Asia 2017) ภายใต้หัวข้อ “Towards a more Sustainable Asian Livestock Sector” ที่กรุงเนปิดอว์ สหภาพเมียนมาร์ ระหว่างวันที่ 7-10 พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา เพื่อให้ประเทศสมาชิก ได้แก่ เมียนมาร์ อัฟกานิสถาน บังคลาเทศ ภูฏาน จีน อินเดีย อินโดนีเซีย มองโกเลีย เนปาล ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา เวียดนาม และไทย ได้เสนอความก้าวหน้าด้านการพัฒนาโคนมและอุตสาหกรรมนมของแต่ละประเทศ พร้อมเป็นเวทีแลกเปลี่ยนรู้ข้อมูลทางวิชาการและประสบการณ์ระหว่างกัน และร่วมกำหนดกรอบและกิจกรรมที่จะดำเนินการเพื่อพัฒนากิจการโคนมในภูมิภาคเอเชียให้เกิดความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนด้วย

ในงานประชุมภาคีโคนมเอเชียครั้งนี้ อ.ส.ค.ได้โชว์ศักยภาพการพัฒนาโคนมและอุตสาหกรรมโคนมของไทยสู่เวทีนานาชาติด้วย ประกอบด้วยการนำเสนอข้อมูลด้านการตลาดผลิตภัณฑ์นมโดยรวมและตลาดผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์คทั้งในและต่างประเทศ ระบบควบคุมและตรวจสอบคุณภาพน้ำนมดิบ การพัฒนาต้นแบบฟาร์มโคนมอินทรีย์ ความก้าวหน้าด้านการปรับปรุงพันธุ์และสร้างพ่อพันธุ์โคนมของ อ.ส.ค.ให้เหมาะสมกับสภาพอากาศแบบร้อนชื้น รวมถึงการแสดงระบบการบริหารจัดการโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน เป็นต้น

ขณะเดียวกันบริษัท  เชียงใหม่เฟรชมิลค์ จำกัด ยังได้ร่วมแสดงศักยภาพด้านการจัดการฟาร์มโคนมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green energy and zero waste) สหกรณ์โคนมสวนมะเดื่อ จำกัด เป็นตัวแทนสหกรณ์โคนมของไทยเข้าร่วมแสดงการใช้ระบบสหกรณ์เข้มแข็งในการบริหารจัดการผลิตโคนมอย่างมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จ ซึ่งสามารถใช้เป็นต้นแบบได้ “ผลการประชุมฯเบื้องต้นประเทศสมาชิกภาคีโคนมเอเชีย ได้เห็นพ้องกันและขอความร่วมมือประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางข้อมูลองค์ความรู้และเป็นฐานการฝึกอบรม อาทิ ด้านการจัดการฟาร์มโคนม การผลิตอาหารสัตว์คุณภาพดี การผลิตอาหาร TMR และการพัฒนาการแปรรูปผลิตภัณฑ์นมเพื่อสร้างความหลากหลายและเพิ่มมูลค่า เป็นต้น นอกจากนี้ ประเทศเนปาล ภูฏาน และเมียนมาร์ ยังขอความช่วยเหลือจากไทยด้านการสร้างความร่วมมือทางวิชาการโคนม รวมถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยีและการฝึกอบรม โดยทั้ง 3 ประเทศดังกล่าวมีงบประมาณสนับสนุนของตนเอง ขณะเดียวกันประเทศฟิลิปปินส์ อินเดีย เมียนมาร์ และเวียดนาม ยังมีความสนใจและต้องการเรียนรู้พร้อมถอดบทเรียนการบริหารจัดการโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนของไทย เพื่อใช้เป็นต้นแบบและนำไปปรับใช้ในประเทศเช่นเดียวกับไทยด้วย” ดร.ณรงค์ฤทธิ์  กล่าว

ทั้งนี้   อ.ส.ค.ได้เตรียมแผนที่จะเชิญประเทศสมาชิกภาคีโคนมเอเชียเข้าร่วมเรียนรู้ความก้าวหน้าทางวิทยาการด้านการเลี้ยงโคนม รวมถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เหมาะสม และศักยภาพอุตสาหกรรมนมของไทยภายในงานเทศกาลโคนมแห่งชาติ ประจำปี 2561 ซึ่งจะจัดขึ้นที่    อ.ส.ค.มวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ในช่วง 30 มกราคม  – 5 กุมภาพันธ์  2561 นี้ด้วย