บีโอไอหนุนเกษตรสมัยใหม่ ยกระดับการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

2

บีโอไอมุ่งส่งเสริมเกษตรสมัยใหม่ ยกระดับผู้ประกอบการตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ สู่สมาร์ท ฟาร์เมอร์ เผยสถิติ 9 เดือน อุตสาหกรรมเกษตรและแปรรูปอาหารมียอดขอรับส่งเสริมการลงทุน 130 โครงการ มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท

Advertisement

รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า บีโอไอมุ่งให้ความสำคัญกับการส่งเสริมกิจการเกษตรและผลิตผลจากการเกษตร ตลอดห่วงโซ่ของการผลิต เพราะเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีในระดับสูง เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขัน พร้อมสนับสนุนให้เกิดกระบวนการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย นำไปสู่การพัฒนาระบบเกษตรสมัยใหม่ให้เกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างแท้จริง

ปัจจุบัน กิจการในหมวดเกษตรกรรมและผลิตผลจากการเกษตร บีโอไอให้สิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สูงสุด 5 – 8 ปี รวมไปถึงการให้การส่งเสริมการผลิตหรือบริการระบบเกษตรสมัยใหม่ (Smart Farming) ได้แก่ การออกแบบระบบและซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรที่เกี่ยวข้องในลักษณะ System Integration โดยมีการเก็บข้อมูล แปลผล และวิเคราะห์ข้อมูล ระบบเกษตรอัจฉริยะยังช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนหรือกระบวนการผลิต เพิ่มผลผลิตต่อพื้นที่ เพิ่มมาตรฐานการผลิต การควบคุมคุณภาพผลผลิตได้ตามที่ลูกค้าต้องการ ผลผลิตที่ได้จึงมีราคาสูงกว่าฟาร์มทั่วไป

นอกจากนี้ เพื่อให้อุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการเกษตรของไทยแข่งขันได้และได้มาตรฐานระดับสากล บีโอไอมีมาตรการส่งเสริมที่จะช่วยผลักดันให้ผู้ประกอบการที่ลงทุนในการยกระดับอุตสาหกรรมเกษตร สู่มาตรฐานสากล ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นระยะเวลา 3 ปี จากรายได้ของกิจการที่ดำเนินการอยู่ โดยผู้ประกอบการสามารถยื่นแผนการลงทุนเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมเกษตรสู่สากล เช่น มาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหาร ISO 22000 หรือ FSSC 22000 เป็นต้น

สำหรับการส่งเสริมกิจการในหมวดเกษตรกรรมและผลิตผลจากการเกษตร ครอบคลุมประเภทกิจการต่างๆ อย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ดังนี้ คือ กิจการในส่วนต้นน้ำที่ให้การส่งเสริม เช่น กิจการปรับปรุงพันธุ์พืช หรือสัตว์ กิจการปลูกไม้เศรษฐกิจ กิจการผลิตปุ๋ยชีวภาพ ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยอินทรีย์เคมีนาโน และสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช ชีวภัณฑ์ เป็นต้น

ส่วนกิจการในส่วนกลางน้ำที่ให้การส่งเสริม เช่น กิจการแปรรูปขั้นต้น กิจการผลิตเชื้อเพลิงจากวัสดุหรือผลผลิตทางการเกษตร เป็นต้น และ กิจการในส่วนปลายน้ำ เช่น กิจการสารสกัดจากวัตถุดิบทางธรรมชาติ กิจการผลิตหรือถนอมอาหารและเครื่องดื่ม ที่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย

สำหรับช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ก.ย.62) อุตสาหกรรมเกษตรและแปรรูปอาหาร มียอดขอรับส่งเสริมการลงทุนรวม 132 โครงการ เพิ่มขี้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 28 เป็นมูลค่าเงินลงทุนรวม 30,160 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 46 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน