“วันไข่โลก 2562”รณรงค์คนไทยสุขภาพดี กินไข่ 300 ฟอง/คน/ปี

14

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับ กรมอนามัย และคณะทำงานโครงการรณรงค์บริโภคไข่ไก่ 300 ฟอง จัด “งานวันไข่โลก” เดินสายจัดกิจกรรมชวนบริโภคไข่ไก่ ใน 3 โรงพยาบาลใหญ่ ศิริราช รามาธิบดี และจุฬาลงกรณ์ ภายใต้แนวคิด “กินไข่ทุกวัน กินได้ทุกวัย” ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมสุขภาพอนามัย ที่ดีของประชาชนคนไทยผ่านการรับประทานไข่ไก่ซึ่งมี สารอาหารอันเป็นประโยชน์มากมาย

Advertisement

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และในฐานะผู้แทนประธานคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่ และผลิตภัณฑ์ (Egg Board) เปิดเผยว่า ไข่ไก่เป็นอาหารโปรตีนที่มีคุณค่า ทางอาหารสูงมาก เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายของคนทุกเพศทุกวัย ขณะเดียวกันการเลี้ยงไก่ไข่เพื่อผลิตไข่ไก่ยังเป็น อาชีพหลักอาชีพหนึ่งของเกษตรกรไทย ซึ่งสามารถผลิตไข่ไก่ได้เฉลี่ยปีละ 15,000 ล้านฟอง เป็นความมั่นคงทางอาหารของประเทศ และสามารถตอบสนอง ความต้องการการบริโภคของคนไทยได้อย่างเพียงพอ อย่างไรก็ตาม พบว่าอัตราการบริโภคของคนไทยยังอยู่เพียง 247 ฟองต่อคนต่อปี ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายปี 2561 ที่ 300 ฟองต่อคนต่อปี

“คนไทยยังคงบริโภคไข่ไก่ต่ำกว่าหลายๆประเทศที่พัฒนาแล้ว ทั้งๆที่ไข่ไก่เป็นอาหารโปรตีนมาก คุณค่าและให้ประโยชน์มากมายต่อร่างกาย จึงเป็นภารกิจของ กระทรวงฯร่วมกับเอ้กบอร์ด และคณะทำงานโครงการรณรงค์บริโภคไข่ไก่ 300 ฟอง ตลอดจนกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ที่จะต้องร่วมกัน รณรงค์ส่งเสริมสุขภาพที่ดีของประชาชนผ่านการบริโภคไข่ไก่ ซึ่งนอกจากจะได้ผลลัพธ์ในด้านสุขภาพแล้ว ยังส่งผลพลอยได้ไปถึงเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ทั่วประเทศให้ประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืนด้วย” นายประภัตรกล่าว

ด้าน น.สพ.สมชวน รัตนมังคลานนท์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า เอ้กบอร์ดและคณะทำงานโครงการรณรงค์บริโภคไข่ไก่ 300 ฟอง จะใช้โอกาส “วันไข่โลก (World Egg Day)” ในการรณรงค์บริโภคไข่ไก่เป็นประจำทุกปี ในปี 2562 นี้ก็เช่นกัน โดยยุทธศาสตร์ไก่ไข่ ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2562-2566 ยังคงตั้งเป้าการบริโภคไข่ไก่ของคนไทยไว้ที่ 300 ฟองต่อคนต่อปี ภายใต้แนวคิด “กินไข่ทุกวัน กินได้ทุกวัย” ทั้งนี้เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ในวงกว้าง ให้คนไทยเห็นคุณประโยชน์ในการบริโภคไข่ซึ่งมีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่าง ม.ฮาร์เวิร์ดรองรับ ขณะที่กรมจะกำกับดูแลกระบวนการเลี้ยงไก่ไข่ของประเทศไทยซึ่งมาตรฐานการผลิตในระดับสูง ให้ผลผลิตไข่ที่สะอาด ปลอดภัยต่อผู้บริโภค

นพ.ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย ระบุว่า “ไข่” เป็นอาหารที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายที่อยู่คู่ครัวไทยมาช้านาน สามารถดัดแปลงเป็นอาหารได้หลากหลายเมนู อีกทั้งยังมีราคาที่ถูกกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับเนื้อสัตว์ประเภทอื่นๆ “ไข่ไก่ 1 ฟอง ให้พลังงาน 80 กิโลแคลอรี มีโปรตีน 7 กรัม และมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตและการทำงานของระบบประสาทกระตุ้นการทำงานของสมอง เสริมสมาธิและความจำ

ที่สำคัญ เลซิธินในไข่แดงยังเป็นสารตั้งต้น ของสารสื่อประสาท ช่วยบำรุงประสาท ป้องกันหลอดเลือด แข็งตัว ป้องกันโรคหัวใจ โคลีน ช่วยเพิ่มความจำ และระบบไหลเวียนของเลือด ป้องกันโรคอัลไซเ มอร์ ลูทีน และซีแซนทีน ป้องกันจอรับภาพเสื่อมสภาพ ช่วยบำรุงสายตา โฟเลต มีส่วนสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดง ธาตุเหล็ก ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง สังกะสี ช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย การขาดสังกะสีทำให้เตี้ยและแคระแกรน แคลเซียม ฟอสฟอรัส ช่วยในการเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง วิตามินบี1 บี2 บี6 และ บี 12 ช่วยในการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี ช่วยให้ไขมันแตกตัวเป็นอนุภาพเล็ก ๆและไหลเวียนไปกับกระแสเลือด ป้องกันการจับตัว ของไขมันที่ผนังหลอดเลือด โดยสารอาหารเหล่า นี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้ให้เด็กและเยาวชนได้อย่างดีเยี่ยม รวมถึงช่วยบำรุงสมองในกลุ่มวัยทำงานและผู้สูงอายุอีกด้วย” นพ.ดนัย กล่าว

ทั้งนี้ กรมอนามัยให้คำแนะนำสำหรับปริมาณไข่ที่เหมาะสมในการบริโภคสำหรับคนแต่ละช่วงวัย ดังนี้ เด็กทารกตั้งแต่อายุ 6 เดือน เริ่มให้ไข่แดงต้มสุก ½ – 1 ฟอง ผสมกับข้าวบด ในครั้งแรกควรให้ ปริมาณน้อยๆ แล้วค่อยเพิ่มปริมาณ เด็กอายุ 7-12 เดือน ให้กินไข่ต้มสุกวันละ ½ หรือ 1 ฟอง เด็กวัยก่อนเรียน อายุ 1-5 ปี เด็กวัยเรียน หญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร กลุ่มวัยทำงานและผู้สูงอายุที่มีสุขภาพดี ไม่มีปัญหาไขมันในเลือดสูง สามารถกินไข่ได้วันละ 1 ฟอง ผู้ป่วยที่มีภาวะความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง สามารถกินไข่ได้ 3 ฟองต่อสัปดาห์ และต้องดูแลการบริโภคอาหารอย่างอื่นร่วมด้วย เลี่ยงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูงหรือตามคำแนะนำของแพทย์ และไม่แนะนำให้กินไข่ดิบหรือไข่ยางมะตูม เพราะไข่ดิบอาจจะปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ (Salmonella) ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ ทำให้มีไข้ ท้องเสีย ย่อยยาก และร่างกายไม่สามารถดูดซึมวิตามินไปใช้ประโยชน์ได้

อนึ่ง วันไข่โลก (World Egg Day) ริเริ่มโดย “คณะกรรมาธิการไข่นานาชาติ” หรือ “International Egg Commission” มีสมาชิกทั่วโลกก ว่า 80 ประเทศ โดยเริ่มจัดงานวันไข่โลกขึ้นเป็นค รั้งแรกที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เมื่อปี 2539 พร้อมกำหนดให้ทุกวันศุกร์ที่สองของเดือนตุลาคมเป็น วันไข่โลก ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 11 ตุลาคม 2562 เพื่อให้ทุกคนได้ ตระหนักถึงความสำคัญและคุณประโยชน์ทางด้านโภชนาการของไข่ไก่