เน็กไซน์ พร้อมสนับสนุนการสร้าง อนาลิติกส์ – ด้วยเทคโนโลยีไอที “สมาร์ทซิตี้”

3

ทุกคนคงเคยได้ยินคำว่า “สมาร์ทซิตี้ ” หรือ เมืองอัจฉริยะ (Smart City) ซึ่งหมายถึงเมืองที่พึ่งพาเทคโนโลยีเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของพลเมือง มีการใช้เทคโนโลยีที่ทำให้ผู้วางผังเมืองและหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ สามารถลดภาระของระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน และช่วยให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น พลเมืองของสมาร์ทซิตี้ยังสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกในวิถีชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นระบบการจัดการอัตโนมัติ การใช้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล การหาข้อมูลออนไลน์ โมบายล์แอปพลิเคชัน หรือการติดต่อเจ้าหน้าที่รัฐผ่านโซเชียลมีเดีย เมืองจึงเป็นเหมือนสิ่งมีชีวิตที่สามารถดูแลตัวเอง และใช้ข้อมูลให้เป็นประโยชน์ในการปรับปรุงตัวเองอย่างสม่ำเสมอ

เทคโนโลยีสำหรับสมาร์ทซิตี้
แอนดรูว์ ตัน ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ บริษัทไอทีจาก “เน็กไซน์”ประเทศรัสเซียที่มีสาขากระจายตัวอยู่ในยุโรป ตะวันออกกลาง แฟริกา และเอเชีย รวมถึงประเทศไทย กล่าวว่า ในเชิงเทคนิค สมาร์ทซิตี้คือเมืองที่มีเครือข่ายการสื่อสารข้อมูลระยะไกลที่ช่วยในการเข้าถึงฐานข้อมูลที่เป็นหนึ่งเดียวกันและมีการอัปเดตแบบเรียลไทม์ ฐานข้อมูลนี้บรรจุข้อมูลเกี่ยวกับการให้บริการต่างๆ สถานะของสาธารณูปโภคพื้นฐาน และการจ่ายกระแสไฟฟ้า เป็นต้น ดังนั้นจึงต้องมีซอฟต์แวร์ที่เหมาะสมหรือแพลตฟอร์มไอโอทีขนาดใหญ่เพื่อใช้ในการเก็บรวบรวมและบริหารจัดการข้อมูลปริมาณมหาศาล ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอตามความต้องการต่างๆ ของเมือง
การใช้แพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์เช่นนี้ช่วยในการควบคุมและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารทรัพยากร รวมถึงป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ด้วยการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอัจฉริยะ เช่น machine learning และ AI (artificial intelligence) ระบบดังกล่าวยังสามารถนำมาใช้ได้หลายด้านตั้งแต่การแก้ปัญหาการจราจรติดขัดไปจนถึงการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับจุดอ่อนต่างๆ ภายในเมือง การเฝ้าระวังและวิเคราะห์ปัญหาจะช่วยในการตัดสินใจตอบสนองต่อปัญหาและวางแผนต่างๆ ได้อย่างทันท่วงทีและมีข้อมูลรองรับ
การใช้โซลูชันไอโอทีในการจัดการจราจรช่วยให้ผู้ดูแลสามารถควบคุมสถานการณ์โดยรวม หากมีอุบัติเหตุบนท้องถนนก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวของ เช่น ตำรวจ หน่วยดับเพลิง รถพยาบาล บริษัทแก๊ส ประปาและไฟฟ้า หรือปรับไฟสัญญาณจราจร อีกทั้งมีการจัดทำรายงานปัญหาบนท้องถนนแบ่งตามช่วงเวลา วันในสัปดาห์ และสถานที่ เพื่อให้เห็นจุดที่เกิดปัญหาบ่อยและช่วยในการวางแผนแก้ไข
อีกด้านหนึ่งคือการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อคาดการณ์ล่วงหน้า (predictive analytics) การวิเคราะห์ข้อมูลจากอุปกรณ์ไอโอทีต่างๆ แบบเรียลไทม์ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน แต่ยังช่วยป้องกันการเกิดอุปกรณ์ขัดข้องหรือล้มเหลวได้ด้วยการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอและซ่อมบำรุงก่อนเกิดปัญหา
ปัจจุบันมีการใช้ซอฟต์แวร์อัจฉริยะในการจัดการระบบสาธารณูปโภค การขนส่งและการจราจรในหลายเมือง แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของแพลตฟอร์มไอโอทีที่สามารถรวบรวมและประมวลผลข้อมูลไอโอทีจากซอฟต์แวร์ทั้งหมดเพื่อประโยชน์ของเมือง
ระบบอัจฉริยะเพื่อสังคมที่ดีกว่า และทุกคนมีส่วนร่วม
แอนดรูว์ยกตัวอย่างประเทศสิงคโปร์ที่มีแผนพัฒนาสู่การเป็นชาติอัจฉริยะ (Smart Nation)มาตั้งแต่ปี โดยมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเซ็นเตอร์ ไอโอที 2014 (Internet of Things) และระบบวิเคราะห์ข้อมูล (data analytics) ในการจัดการกับปัญหาต่างๆ ตั้งแต่การจราจรไปจนถึงการสาธารณสุข ปัจจุบันสิงคโปร์เป็นหนึ่งในสมาร์ทซิตี้ต้นแบบ โดยประชาชนกว่าร้อยละ ใช้บริการจากภาครัฐผ่าน 80 ระบบออนไลน์ ซึ่งช่วยลดปริมาณคนที่มาเข้าคิวบริการตามสถานที่ราชการต่างๆ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
เมืองใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในสิงคโปร์มีการออกแบบให้เป็นเมืองอัจฉริยะ บ้านเรือนติดตั้งเซ็นเชอร์ที่สามารถตรวจจับการหกล้มและอุบัติเหตุอื่นๆ ภายในบ้าน ในกรณีของคนชราที่อาศัยอยู่ลำพัง พรมในบ้านยังสามารถแจ้งไปยังแพทย์หรือหน่วยกู้ภัยฉุกเฉินให้มาช่วยเหลือได้ เขตต่างๆ ถูกออกแบบให้คนชราสามารถเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตในเมืองได้อย่างกลมกลืน มีประตูอัจฉริยะที่ไม่ต้องใส่รหัสผ่านที่ซับซ้อน อุปกรณ์อัจฉริยะที่สามารถเรียกหน่วยกู้ภัยฉุกเฉินได้เองทุกช่วงเวลา และเครื่องจ่ายยาอัจฉริยะที่จัดยาในปริมาณที่ถูกต้องตามเวลาที่เหมาะสม พร้อมทั้งแจ้งเตือนผู้ที่มีปัญหาเรื่องความทรงจำได้ด้วย
Smart Nation มุ่งประสานภาคอุตสาหกรรมต่างๆ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อผลักดันให้เกิดนวัตกรรมที่มีคนเป็นศูนย์กลางและเพิ่มประสิทธิภาพในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเมือง การแพทย์ การศึกษา พลังงาน ความปลอดภัย บริการสาธารณะ เป็นต้น อีกทั้งสามารถพัฒนาความสามารถในการจัดการปัญหาหรือความท้าทายที่ซับซ้อน เช่น การตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของชุมชนที่แตกต่างกัน การให้บริการสาธารณะอย่างมีประสิทธิภาพ และการรักษามาตรฐานคุณภาพชีวิตของประชาชนให้อยู่ในระดับสูง
ไม่ว่าจะมีรูปแบบอย่างไร เป้าหมายของ Smart Nation คือสร้างสังคมที่มีความยืดหยุ่นและปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างใหญ่หลวงต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง

เมืองอัจฉริยะ คนมีความสุข
เมื่อการเชื่อมระหว่างผู้คน ข้อมูล และสิ่งต่างๆ กลายเป็นเรื่องปกติ และเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของทุกระดับการปกครอง การพาณิชย์ และกิจกรรมทางสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ ประชาชนก็จะมีความสุขและความพึงพอใจในชีวิตประจำวันมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มความไว้วางใจรัฐบาลและความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยของประชาชน ในขณะเดียวกันยังสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของทุกสิ่งที่ส่งผลต่อสภาพแวดล้อมในเมืองอีกด้วย
“เน็กไซน์ พร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่กับการสร้างสมาร์ทซิตี้ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ด้วยการนำเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า เช่น ไอโอที และระบบการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อคาดการณ์ล่วงหน้า (predictive analytics) มาเป็นส่วนหนึ่งของโซลูชันต่างๆ เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสาเหตุหลักของปัญหาอย่างรวดเร็ว และแก้ปัญหาได้โดยใช้ทรัพยากรน้อยที่สุด” ผู้บริหารเน็กไซน์กล่าวทิ้งท้าย

เกี่ยวกับเน็กไซน์

Nexign (อยู่ในเครือบริษัท Intellectual Computer Systems Holding LLC หรือ ICS Holding) เป็นหนึ่งในผู้นำด้านระบบไอทีสนับสนุนธุรกิจและแพลตฟอร์ม IoT ได้นำเสนอโซลูชันที่ใช้ได้ผลจริง ช่วยสร้างมูลค่าและควบคุมต้นทุน มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของผู้ให้บริการด้านการสื่อสารไปเป็นผู้ให้บริการดิจิทัล เน็กไซน์ช่วยเร่งการเปลี่ยนแปลงนั้นด้วยความเป็นเลิศด้านวิศวกรรม ผลิตภัณฑ์ และบริการที่มีความยืดหยุ่นซึ่งช่วยสร้างแหล่งรายได้ใหม่ เน็กไซน์ภูมิใจในแนวทางการทำงานกับลูกค้าโดยเน้นความเป็นหุ้นส่วน ตลอดระยะเวลากว่า 27 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ทำตามคำมั่นสัญญาในการช่วยเพิ่มมูลค่าธุรกิจในระยะสั้นไปพร้อมกับให้ความมั่นใจว่า การลงทุนของลูกค้าจะไม่ได้รับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงในอนาคตและช่วยสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว

เน็กไซน์มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย มีพนักงานรวมทั้งหมด 1,800 คน มีสำนักงานสาขาทั้งในประเทศรัสเซีย กลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ในปี พ.ศ. 2561 บริษัทฯ ดำเนินโครงการ 120 โครงการใน 16 ประเทศ และมีรายได้ 200 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 63 จากปี พ.ศ. 2560 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://nexign-systems.com