ตักบาตรต้องถาม (สุขภาพ)พระ พบสงฆ์ไทยอ้วน 48% เสี่ยงอาพาธสูง

20

ในเทศกาลอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษานี้ พุทธศาสนิกชนตั้งมั่นร่วมสืบทอดพระพุทธศาสนาถวายเป็นพุทธบูชา ทำบุญตักบาตร ถวายภัตตาหารพระภิกษุสงฆ์ ถือศีล ฟังธรรม ตามวิถีไทยวิถีพุทธ แต่คนส่วนใหญ่ไม่ได้ตระหนักถึงคุณค่าทางโภชนาการที่ดี ทำให้เกิดโรคเบียดเบียนพระสงฆ์

Advertisement

ศ.ดร.ภญ.จงจิตร อังคทะวานิช หัวหน้าโครงการ “สงฆ์ไทยไกลโรค” สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและกำหนดอาหาร คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จากการตรวจร่างกายกลุ่มตัวอย่างพระสงฆ์ พบว่า พระสงฆ์มีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วนถึงร้อยละ 48 เนื่องจากอาหารที่ถวายพระสงฆ์มีโปรตีนจากเนื้อสัตว์ต่ำ ได้ฉันผักน้อย อีกทั้งยังฉันของมันและของทอดที่มีไขมันและโคเลสตอรอลสูง และน้ำปานะที่ถวายส่วนใหญ่เติมน้ำตาลสูงถึง 20 ช้อน ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กรมอนามัยกำหนด คือ 6 ช้อนต่อวัน

“ปัจจัยสำคัญช่วยสงฆ์ไทยห่างไกลโรคเริ่มจากโภชนาการ สูตร “4 เสริม 2 ลด” เสริมข้าวกล้องที่มีเส้นใยอาหารเยอะ เสริมเนื้อปลา เสริมผักเพิ่มวิตามิน เสริมนมพร่องมันเนย ลดหวาน และลดเค็ม น้ำปานะ แนะนำให้ปรุงด้วยสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ปัจจัยต่อมา กายะ จะต้องให้ความรู้กับพระสงฆ์เกี่ยวกับค่ารอบเอวหรือน้ำหนักพระสงฆ์ส่วนใหญ่ไม่ทราบค่ารอบเอว  ทางโภชนาการค่ารอบเอวสัมพันธ์กับโรคภัยไข้เจ็บ ปัจจัยสุดท้ายกิจกรรมจะเป็นสิ่งที่ช่วยพัฒนาสุขภาวะอย่างยั่งยืน คือ เน้นการเคลื่อนไหวร่างกายเดินบิณฑบาตให้มากขึ้น เดินจงกรมเดินรอบพระอุโบสถ กวาดลานวัด เพราะสภาพพื้นที่เอื้ออำนวยเป็นกิริยาที่สำรวม” ศ.ดร.ภญ.จงจิตร กล่าว

แผนสร้างเสริมสุขภาวะในองค์กร สสส. มีเป้าหมายหนึ่งวัดหนึ่งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบล (รพ.สต.) จับคู่กันทำกิจกรรมด้านโภชนาการป้องกันโรคเรื้อรังกับเหล่าพระสงฆ์ให้ดีขึ้น 10,000 แห่งทั่วประเทศ ภายในปี 2563 เพื่อให้พระสงฆ์มีสุขภาพดี สามารถดูแลตัวเองได้ ร่วมพัฒนาวัดในฐานะองค์กรและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตและสนับสนุนให้พระสงฆ์เป็นแกนนำความรู้ในการดูแลสุขภาวะ ตนเองและเผยแพร่แก่ชุมชนและสังคมวงกว้าง