PPS เล็งตั้งบริษัทย่อยขยายไลน์ธุรกิจบริหารจัดการอาคาร ออกสตาร์ทต้นปี61

35

PPS เล็งตั้งบริษัทย่อยขยายไลน์ธุรกิจบริหารจัดการอาคาร ออกสตาร์ทต้นปี61 ขณะที่ธุรกิจวิศวกรที่ปรึกษาบริหารโครงการแนวโน้มดี ยื่นประมูลงานภาครัฐ – เอกชนต่อเนื่อง ตุน Backlog 461 ล้านบาท มั่นใจเติบโตตามเป้าหมาย 20% รักษาอัตรากำไรสุทธิ 15%

ดร.พงศ์ธร ธาราไชย รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (PPS) เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนขยายธุรกิจใหม่เพิ่มเติมด้านงานบริหารจัดการอาคาร โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาจากคณะกรรมการบริษัทในการจัดตั้งบริษัทย่อยเพื่อดำเนินธุรกิจดังกล่าว ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษางบประมาณลงทุน คาดว่าจะเริ่มดำเนินงานและรับรู้รายได้ภายในช่วงต้นปี 2561

“PPS ดำเนินธุรกิจวิศวกรที่ปรึกษาบริหารโครงการ ซึ่งมีการบริหารควบคุมการก่อสร้างเป็นหลัก โดยบริษัทเห็นถึงโอกาสในการขยายขอบเขตการทำงานในธุรกิจดังกล่าวเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถรับงานได้ทั้งในช่วงก่อนการก่อสร้างและช่วงการใช้งานอาคาร บริษัทจึงมีแผนที่จะจัดตั้งบริษัทย่อยในการประกอบธุรกิจด้านบริหารจัดการอาคาร ครอบคลุมไปถึงการบริการทางด้านพลังงานและเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งปัจจุบันเป็นระบบที่มีความจำเป็นและมีความต้องการใช้งานเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มั่นใจว่าธุรกิจใหม่ของบริษัทจะสามารถส่งเสริมให้ผลประกอบการเติบโตเพิ่มขึ้นในอนาคต” ดร.พงศ์ธร กล่าว

ส่วนธุรกิจหลักด้านวิศวกรที่ปรึกษาบริหารโครงการยังมีแนวโน้มที่ดี จากการผลักดันโครงการเมกะโปรเจคของภาครัฐ ที่ทยอยอนุมัติโครงการต่างๆออกมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับบริษัทเตรียมความพร้อมในการประมูลงานของทั้งภาครัฐและเอกชน โดยปัจจุบันบริษัทมี Backlog อยู่ที่ 461 ล้านบาท มั่นใจว่าในปีนี้บริษัทจะสามารถเติบโตได้ 20% และรักษาอัตรากำไรสุทธิไว้ที่ไม่ต่ำกว่า 15%

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2/60 บริษัทมีรายได้รวม 96.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 69.52 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 38.46 % และมีกำไรสุทธิ 19.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1.86 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 947.81%

ส่วนผลประกอบการครึ่งแรกปี 60 บริษัทมีรายได้รวม 190.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 132.44 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 43.67% และมีกำไรสุทธิ 33.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 6.56 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 413.45% โดยผลประกอบการของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้นเนื่องจากบริษัททยอยรับรู้รายได้จากโครงการที่ดำเนินงานในช่วงต้นปีที่ผ่านมา