นักท่องเที่ยวจีนชะลอ ราชาเฟอร์รี่ฯพลิกเกมเจาะเพื่อนบ้าน

7

ราชาเฟอร์รี่ฯ รุกหนักขยายฐานลูกค้าเจาะกลุ่มเพื่อนบ้านอาเซียน ทดแทนกำลังซื้อในประเทศ-นักท่องเที่ยวจีนชะลอตัว ร่วมทุนเมียนมาให้บริการสายการบิน พร้อมทุ่ม 100 ล้านบาทขยายท่าเทียบเรือเพิ่มแก้ปัญหาคอขวด

นายอภิชาติ ชโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจปีนี้ยังชะลอตัว เนื่องจากกำลังซื้อในประเทศที่ลดลง ประกอบกับนักท่องเที่ยวกลุ่มหลักอย่างจีนและรัสเซีย ชะลอการเดินทางมาไทย ทำให้บริษัทต้องเตรียมขยายฐานลูกค้าใหม่ โดยหันมาจับกลุ่มนักท่องเที่ยวจากอินเดีย เวียดนาม อินโดนีเซียและสิงคโปร์ทดแทน

นอกจากนี้ ยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน ขยายเส้นทางการท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ ไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ เพิ่มเติม และขยายเส้นทางเชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยวทั้งจากกรุงเทพฯ และพื้นที่ภาคใต้ตอนบน โดยเฉพาะจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นฐานใหญ่ของบริษัทในภาคใต้ ให้เชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวในประเทศเพื่อนบ้าน
ล่าสุด บริษัทได้ทำสัญญาร่วมลงทุนกับสายการบินในประเทศเมียนมา เพื่อให้บริการจอง/จำหน่ายตั๋วเครื่องบินสายการบิน และในอนาคตยังมีแผนเข้าไปเปิดให้บริการเดินเรือเฟอร์รี่ในต่างประเทศ รวมทั้งอยู่ระหว่างศึกษาเส้นทางที่เป็นไปได้ในการเปิดให้บริการเดินรถเส้นทางด่านสิงขร หากมีการพัฒนาเป็นด่านถาวร

อภิชาติ ชโยภาส

ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีแผนเพิ่มกองเรือจากปัจจุบันมีทั้งหมด 15 ลำ พร้อมเตรียมลงทุนประมาณ 100 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างท่าเทียบเรือ แห่งที่ 4-5 เพิ่มเติม เพื่อแก้ปัญหาคอขวดในการให้บริการและยังเป็นการเตรียมพร้อมรองรับจำนวนผู้ใช้บริการที่คาดว่าจะเพิ่มมากขึ้น ขณะนี้อยู่ระหว่างรอใบอนุญาต ซึ่งหลังจากได้รับใบอนุญาตจะสามารถก่อสร้างได้ทันที คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างไม่เกิน 1 ปี

นายอภิชาติ กล่าวว่า ยังได้เตรียมขอภาครัฐปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารตามภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมาจากการลงทุนเรือใหม่ จำนวน 3 ลำ ลงทุนท่าเทียบเรือที่เกาะสมุย เเละลงทุนส่วนกลาง รวมทั้งค่าเเรงที่ปรับตัวขึ้น ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นประมาณ 20% ก่อนหน้านี้มีการตรึงราคามาตั้งแต่ปี 2552
สำหรับทิศทางผลประกอบการในช่วงไตรมาส 2/2562 คาดว่าจะทรงตัวใกล้เคียงกับจากไตรมาส 1/2562 ซึ่งเป็นไฮซีซั่นของธุรกิจ แต่อย่างไรก็ดีบริษัทยังมั่นใจว่าจะสามารถรักษาระดับการเติบโตของรายได้ปีนี้ ไว้ที่ 5-10% จากปีก่อน ที่มีรายได้รวม 750.43 ล้านบาท