บลจ.วี จับโอกาสลงทุนหุ้นสหรัฐ เปิดขาย WE-US6M เป้าหมายผลตอบแทน 6%

9

บลจ.วี จับโอกาสลงทุนหุ้นสหรัฐ เปิดขาย WE-US6M เป้าหมายผลตอบแทน 6%*เน้นกลยุทธ์จับจังหวะตลาด Active Trading

บลจ. วี มองตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังมีแนวโน้มเติบโตจากปัจจัยเศรษฐกิจที่ขยายตัว นโยบายด้านดอกเบี้ยที่ผ่อนคลายและการเจรจาการค้ากับจีนในเชิงบวก IPO กองทุน WE-US6M วันที่ 30 เม.ย.-8 พ.ค. 2562 สร้างโอกาสรับผลตอบแทน 6%* ใน 6 เดือน

นางสาวงามนภา ธวัชโชคทวี กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วี จำกัด (บลจ.วี) เปิดเผยว่า หลังจาก บลจ.วี ได้รับการอนุมัติให้เริ่มประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทจัดการกองทุนรวม และเป็นผู้จัดการเงินทุนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และได้เสนอขายกองทุนรวม 2 กองทุนแรกในเดือนมีนาคม ได้แก่ กองทุน WE-MONEY ซึ่งเป็นกองทุนรวมตลาดเงิน และกองทุน WE-INCOME ซึ่งเป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น สามารถระดมเงินทุนจาก 2 กองทุน ได้รวมประมาณ 2,300 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมในการดำเนินงานของ บลจ. วี ที่เป็นบริษัทในเครือของบริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KTBST) โดยปัจจุบันในระยะเริ่มแรก บลจ.วี มีช่องทางการขายผ่านตัวแทนซื้อขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) ของ KTBST เพียงแห่งเดียว ซึ่งต่อไปในอนาคต บลจ.วี จะมีการขยายช่องทางการขายอื่นๆ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่จะมีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ บลจ.วี ยังเน้นการให้บริการด้านกองทุนรวมที่ออกแบบผลิตภัณฑ์การลงทุนเพื่อตอบโจทย์เป้าหมายการลงทุนของลูกค้าถึงแม้จะเป็น บลจ. ที่เพิ่งเริ่มดำเนินธุรกิจ แต่ด้วยทีมงานของ บลจ.วี ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุน และมีประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจกองทุนรวมอันยาวนาน บริษัทจึงมีความเชื่อมั่นว่า จะสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์กองทุนที่ตอบสนองความต้องการลงทุน และสร้างผลการดำเนินงานที่สม่ำเสมอตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

นางสาวนิตยา เลิศแสงเพชร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารผลิตภัณฑ์และช่องทางบริการ บลจ. วี กล่าวว่า จากแนวโน้มที่ความกังวลของตลาดในเรื่องสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ มีท่าทีผ่อนคลายลง แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ในปีนี้คาดว่าจะทรงตัว เพื่อช่วยพยุงการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ขณะที่การประกาศผลประการของหุ้นในสหรัฐฯ มีผลประกอบการที่ดีกว่าตลาดคาดการณ์ รวมถึง ตัวเลขชี้นำเศรษฐกิจหลายๆ เช่น ตัวเลขการจ้างงานที่ดีขึ้น การเติบโตของอัตราค่าจ้างที่ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งจะเอื้อต่อการใช้จ่ายในภาคการบริโภคเติบโตขึ้น และการเติบโตของยอดขายของหุ้นในดัชนีในไตรมาสที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าปัจจัยดังกล่าวจะยังมีแรงส่งให้ผลประกอบการของหุ้นสหรัฐฯ ยังเติบโตได้ในปีนี้ บลจ.วี จึงมีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ โดยคาดว่า การจัดพอร์ตการลงทุนและบริหารพอร์ตเชิงรุก (Active Management) จะสามารถสร้างโอกาสผลตอบแทนได้ บลจ.วี จึงเปิดขายเสนอขายครั้งแรก (IPO) กองทุนเปิด วี ยูเอส 6M (WE- US6M) ระหว่างวันที่ 30 เม.ย. – 8 พ.ค. 2562 โดยเน้นการจัดลงทุนในกองทุน ETF ในประเทศสหรัฐอเมริกา และ ETF กลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่ายังมีการเติบโต และมีระดับราคาที่น่าลงทุน โดยปรับสัดส่วนการลงทุนในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมเพื่อสร้างผลตอบแทน 6% ภายในระยะเวลา 6 เดือน

กองทุน WE-US6M ตั้งเป้าผลตอบแทน 6% ใน 6 เดือน โดยกองทุนจะเลิกกองทุนตามเป้าหมายเมื่อมีมูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) ผ่านระดับ 10.63 บาทต่อหน่วย และ NAV ที่รับซื้อคืนขั้นต่ำ 10.60 บาทต่อหน่วย โดยบริษัทจะดำเนินการสับเปลี่ยนเข้ากองทุนเปิด วี มันนี่ มาร์เก็ต ภายใน 5 วันทำการนับตั้งแต่วันถัดจากวันคำนวนราคารับซื้อคืนหน่วยอัตโนมัติ โดยมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ลงทุนขั้นต่ำ 5,000 บาท

กองทุนเปิด WE-US6M จะคัดเลือกหน่วยลงทุนของกองทุน ETF สหรัฐฯ ในอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มการเติบโตสูง มีระดับราคาที่น่าสนใจ และมีปัจจัยพื้นฐานที่ช่วยผลักดันการเติบโตได้ดี ได้แก่ กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย (XLY US) กลุ่มพลังงาน (XLE ETF US) กลุ่มการเงิน (XLF US) กลุ่มเทคโนโลยี (XLK US) กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ (XLRE) กลุ่มสาธารณูปโภค (XLU) กลุ่มสุขภาพ (XLV) และกลุ่มอุปโภคบริโภค (XLP) โดยเน้นการจับจังหวะลงทุน ซื้อขาย (sector rotation) โดยเน้นการสร้างผลตอบแทนตามเป้าหมายเป็นหลัก

ด้านมุมมองการลงทุน นายอิศรา พุฒตาลศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วี จำกัด (บลจ.วี) เปิดเผยว่า แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในไตรมาสที่ 2 ปี 2019 ยังเติบโตได้ดี โดยได้รับปัจจัยบวกจากการเติบโตของการลงทุนภาครัฐและเอกชน ส่งผลให้อัตราการว่างงานอยู่ในระดับต่ำกว่า 4% อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีการปรับขึ้นเงินเดือนและลดภาษีของภาครัฐเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับรายงานตัวเลขการค้าปลีกที่ขยายตัวแข็งแกร่งระดับ 2.2% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา จากการบริโภคในประเทศเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ การเจรจาการค้าของสหรัฐฯ กับจีนที่กำลังได้ข้อยุติและกำลังลงนามความตกลงร่วมกัน เป็นปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนภาคการส่งออกที่ชะลอตัวในช่วงก่อนหน้านี้ ขณะที่นโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่ชะลอการขึ้นอัตรดอกเบี้ยในปีนี้ ได้ช่วยผ่อนคลายนโยบายทางการเงินและสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ

ทั้งนี้ จากปัจจัยดังกล่าว บลจ.วี คาดว่า ผลประกอบของบริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯ จะมีการปรับคาดการณ์อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 เป็นต้นไป และมีมุมมองในเชิงบวกต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯที่เติบโตแข็งแกร่งในช่วงไตรมาสต่อไปด้วยเช่นกัน ซึ่งเมื่อพิจารณามูลค่าพื้นฐานของตลาดหุ้นสหรัฐฯ แล้วจะเห็นได้ว่าปัจจุบันราคาหุ้นอยู่ในระดับที่น่าสนใจ โดย P/E ปัจจุบันอยู่ที่ 19 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 2 ย้อนหลังที่ 21.8 เท่า

“จากมุมมองข้างต้น กลยุทธ์การจัดพอร์ตเพื่อสร้างผลตอบแทนจากการจับจังหวะซื้อขาย กลุ่มอุตสาหกรรมในสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี มีระดับราคาย่อตัวลงมา เป็นกลยุทธ์ที่จะสร้างโอกาสตอบแทนตามที่คาดหวัง ในช่วง 6 เดือน ซึ่งถือเป็นโอกาสที่สนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการหาโอกาสการลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศ” นายอิศรา กล่าว