กรมการท่องเที่ยวเรียกมัคคุเทศก์รายงานตัว รองรับการเปลี่ยนผ่านประเภทมัคคุเทศก์ตาม พรบ. ใหม่

Published on

กรมการท่องเที่ยวเรียกให้มัคคุเทศก์รายงานตัวเพื่อเตรียมการรองรับการเปลี่ยนผ่านการแบ่งประเภทมัคคุเทศก์ใหม่ตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559 ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ประเภททั่วไป ประเภทภูมิภาค และประเภทท้องถิ่น

นางสาววรรณสิริ โมรากุล อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่าพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559 นี้ มีการเปลี่ยนแปลงประเภทของมัคคุเทศก์จากเดิม เพื่อสอดรับกับสถานการณ์การท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไปและขยายพื้นที่ในการปฏิบัติหน้าที่ของมัคคุเทศก์ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น กรมการท่องเที่ยวจึงมีหนังสือแจ้งไปยังมัคคุเทศก์กว่า 70,000 คน ทั่วประเทศให้มารายงานตัว เพื่อสำรวจข้อมูลสถานะปัจจุบันของมัคคุเทศก์ทุกภาษาที่ปฏิบัติงานจริง พร้อมชี้แจงการแบ่งประเภทมัคคุเทศก์ใหม่ เกณฑ์ในการต่ออายุใบอนุญาต และการฝึกอบรมเพื่อวางแผนในการพัฒนาศักยภาพมัคคุเทศก์ต่อไปในอนาคต ประกอบกับก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวเกี่ยวกับมัคคุเทศก์บางภาษาไม่เพียงพอต่อจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น การรายงานตัวครั้งนี้จะทำให้ทราบจำนวนของมัคคุเทศก์ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่จริง และเป็นข้อมูลให้สถานศึกษาสามารถวางแผนผลิตมัคคุเทศก์ได้ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้อย่างเหมาะสมมากยิ่งขึ้น

กรมการท่องเที่ยวกำหนดรับรายงานตัวมัคคุเทศก์ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 15 กันยายน 2560 โดยสามารถขอรับและยื่นแบบรายงานตัวด้วยตนเองได้ที่สำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์กลาง กรมการท่องเที่ยว เขตปทุมวันสนามกีฬาแห่งชาติ ไม่เว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 18.00 น. สำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์สาขา ทั้ง 15 สาขา และสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดทุกจังหวัดในวันและเวลาราชการและแนบเอกสารสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาบัตรมัคคุเทศก์ (อย่างใดอย่างหนึ่ง) จำนวน 1 ฉบับ

สำหรับข้อมูลจำนวนมัคคุเทศก์ที่ได้จากการสำรวจนั้น กรมการท่องเที่ยวจะใช้เป็นฐานข้อมูลในการแจ้งสิทธิประโยชน์ โครงการและกิจกรรม และข้อมูลการอบรมต่างๆ ให้มัคคุเทศก์ได้ทราบ โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 2219 4010-7 ต่อ 142, 631, 710 หรือ 0 2401 1111 ตลอด 24 ชั่วโมง

Latest articles

สสส. เผยวิกฤติสงฆ์ไทย 78% เสี่ยงปัญหาความดันและไขมันในเลือดสูง พร้อมเปิดตัวโครงการ “ตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ”

สสส. เผยข้อมูลสุขภาพพระสงฆ์ไทยทั่วประเทศในปี 2565-2568 พบว่า 78%* ของพระสงฆ์ไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงกับโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับอาหารที่ฉัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไขมันในเลือดสูง ซึ่งพระสงฆ์ที่เข้ารับการตรวจมีภาวะคลอเรสเตอรอลสูงกว่า 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร มากถึง 47.84%-55.42% มีโรคความดันโลหิตสูง มียอดผู้ป่วยสูงสุดเป็นอันดับ 1 คือ 73,077 ราย รวมทั้งมีภาวะอ้วนสะสมถึง 35.73%-44.95% ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ก่อให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมา

“เพ็ญภาค” ทรานส์ฟอร์มสู่ผู้ผลิตเครื่องดื่ม RTD และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารครบวงจร

“เพ็ญภาค” ผู้บุกเบิกตลาดยาสมุนไพรและเครื่องดื่มสุขภาพระดับตำนานที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 109 ปี ประกาศปรับทิศทางธุรกิจครั้งใหญ่ ทรานส์ฟอร์มสู่การเป็นผู้ผลิตเครื่องดื่มพร้อมดื่ม (RTD) ทั้งกลุ่มไม่มีแอลกอฮอล์ (Non-Alcohol), มีแอลกอฮอล์ (Alcohol) และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างเต็มรูปแบบ ตอกย้ำภาพลักษณ์เจ้าตลาดเครื่องดื่มสมุนไพรอัดก๊าซซ่าเจนใหม่ที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่อย่างลงตัว

Disrupt Health Impact Fund จับเทรนด์ Women’s Health ลงทุนใน “Osteoboost” จากสหรัฐฯ

กองทุน Disrupt Health Impact Fund ประกาศลงทุนใน Osteoboost สตาร์ทอัพ Women's Health Tech สัญชาติอเมริกัน ผู้พัฒนาอุปกรณ์ wearable ตัวแรกและตัวเดียวที่ได้รับการรับรองจาก FDA เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับชะลอภาวะกระดูกบาง เทคโนโลยี Precision Vibration Therapy ของ Osteoboost ช่วยชะลอการลดมวลกระดูกบริเวณกระดูกสันหลังและสะโพก

AirAsia MOVE ชี้ความต้องการเดินทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเติบโตต่อเนื่อง

AirAsia MOVE แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวชั้นนำของภูมิภาค เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกด้านการเดินทางประจำไตรมาส 1 ปี 2569 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความต้องการเดินทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

More like this