จะน่ารักไปไหน? ไป Dalat…

9

มันต้องมีอะไรสักอย่าง ที่ทำให้เราหลงรักเมืองนี้ตั้งแต่แรกพบ จะด้วยสภาพอากาศที่เย็นสบาย สถาปัตยกรรมแนวคลาสสิค ทุ่งดอกไม้ที่เบ่งบาน วิถีผู้คนที่เรียบง่าย ทำให้เราคล้ายกับต้องมนต์สะกด ด้วยเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่ในดินแดนแห่งนี้ 

 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มาเยือนดาลัด แต่การได้กลับมาทักทายเมืองดาลัดอีกครั้ง ก็ยังรู้สึกเหมือนเพิ่งได้พบกันครั้งแรก การเป็นคนขี้ลืมมันก็ดีตรงนี้ แทบจะจำไม่ได้เลยว่า เมื่อทริปที่แล้ว เราได้ไปไหนมาบ้าง จำได้เพียงภาพของเมืองน่ารักๆ อากาศเย็นสบาย ท้องฟ้าใสๆ

เป็นอีกเมืองชิลล์วิวสวยสะอาดตาอีกแห่ง สำหรับ “ดาลัด”  เมืองทางตอนใต้ของประเทศเวียดนาม ตั้งอยู่บนภูเขาที่มีความสูง 1,500 เมตร ได้ชื่อว่าอากาศดีทั้งปี อุณภูมิสูงสุดแค่ 29 องศาเซลเซียส ต่ำสุดก็ระดับเลขตัวเดียว เนื่องจากเป็นเมืองที่ถูกเลือกเป็นบ้านพักตากอากาศของทหารฝรั่งเศสในอดีต จึงยังคงเห็นสถาปัตยกรรมที่งดงามปรากฏไปทั่วเมือง

นางพิทยา วรปัญญาสกุล (กลาง) รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – ธุรกิจบัตรเครดิต “เคทีซี” พร้อมคณะผู้บริหาร

เราเดินทางมายังดาลัด ในทริปน่ารักๆ “ลั๊ลลาที่ดาลัด พร้อมกระซิบรักกับเคทีซี” พร้อมการประกาศตัวเลขการเติบโตของธุรกิจบัตรเครดิต “เคทีซี” ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2561  คิดเป็นยอดใช้จ่ายในหมวดท่องเที่ยวประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท  มีอัตราการเติบโตถึง 8% และจะยังคงการเติบโตต่อเนื่อง ท่ามกลางกระแสคนไทยที่ยังเดินทางท่องเที่ยวเป็นไลฟ์สไตล์หนึ่งของชีวิต (ข้อมูล ณ วันที่ 8 พ.ย. 2561)

 

การเดินทางมาเที่ยวดาลัดในปัจจุบัน ทำได้ง่ายเหมือนไปต่างจังหวัด เพราะใช้เวลาบินตรงชั่วโมงกว่าๆ โดยมีสายการบิน “ไทยเวียดเจ็ท” เปิดให้บริการด้วยราคาน่าจับต้องมากๆ

ออกสตาร์ทแบบเบาๆ
แล้วค่อยเร่งอัตราความเร้าใจ

จากสนามบินเราใช้เวลาเดินทางเข้าเมืองอีกหน่อย ก่อนจะเช็คอิน เราแวะเที่ยว “น้ำตกดาตันลา” (Dalanta Waterfall) ซึ่งจะต้องนั่งรถราง (Roller Coaster) ลงไป ได้ยินว่ารถราง หลายคนอาจจะชะล่าใจ แต่มันไม่ใช่รถรางชมเมือง เพราะลักษณะจะคล้ายการนั่งรถไฟเหาะ แยกเป็นคันๆ ปล่อยให้รถรางไหลไปตามโค้งเว้าของเส้นทางที่ลงจากภูเขา จะเร่งจะเบรคก็บังคับเอาเอง เป็นแอดเวนเจอร์เล็กๆ ที่ทำให้เราได้เซอร์ไพร้ส์ เห็นชิคๆ คูลๆ แต่ดาลัดก็แอบเร้าใจอยู่ไม่เบาเลย สำหรับใครที่ไม่กล้าบังคับรถรางด้วยตัวเอง เจ้าหน้าที่จะลากไปเป็นขบวนเหมือนรถไฟ ซึ่งเจ้าหน้าที่นี่แหละที่รู้เส้นทางเป็นอย่างดี รู้จุดผ่อนหนักผ่อนเบาให้ทุกคนรู้สึกเหมือนอยู่บนรถไฟเหาะกลางหุบเขา เงินเดือนของพวกเขาคงเป็นเสียงกรี๊ดของพวกเราสินะ

ลงไปข้างล่างแล้วจะพบกับตัวน้ำตกที่มีอายุกว่า 100 ปี ตอนขากลับก็จะต้องนั่งรถรางขึ้นไปทีละคน แต่จะมีระบบลากรถที่เรานั่งอยู่ขึ้นไป ซึ่งเราจะไม่เห็นถึงความสูงที่อยู่ด้านหลัง จึงไม่หวือหวาวี๊ดว๊ายกันเหมือนตอนขาลง

การเดินทางมาดาลัดในครั้งนี้ เราได้พบกับวิถีของคนดาลัดที่เป็นไปอย่างเรียบง่าย ท่ามกลางสภาพอากาศที่สบายๆ แต่ก็มีมุมมองใหม่ๆ ท่ามกลางความเป็นไปอันแสนคลาสสิคของเมืองแห่งนี้

เช้าที่สดชื่นเยี่ยงดาลัด ต้องไม่พลาดไปลั๊ลลากับทุ่งดอกไฮเดรนเยียที่ชูช่อรอคอยบรรดานักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวชม ดินแดนนี้มีให้ชมกันทั้งปี แอบเห็นว่าใครไปใครมาก็ต้องแต่งองค์ทรงเครื่องเพื่อภาพที่ออกมาอย่างมีสีสัน บ้างก็จับธีมสีขาวมาใช้ได้ดี ทำให้ทุ่งแห่งนี้หวานขึ้นเป็นกอง

ที่ดาลัดยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกหลายจุด ครั้งนี้เราได้ไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธ์ ที่วัดเจดีย์มังกร วัดพุทธนิกายเซน ที่มีหอระฆังสูงสุดของเวียดนาม

เที่ยวชมสถานีรถไฟเก่าดาลัดสุดคลาสสิค อีกสถานที่ที่เห็นคนเวียดนาม และนักท่องเที่ยวพากันแต่งกายในชุดน่ารักๆ ออกมาเดินเล่น

ที่พลาดไม่ได้คือโบสถ์สวยๆ อย่าง โบสถ์โดเมนเดมารี โบสถ์ในโทนชมพูอ่อนๆ ที่มองมุมไหนก็สดใสสวยงาม

อยากรู้ว่าวัยรุ่นดาลัดเขาชอบไปที่ไหน ต้องไปเช็คอินริมทะเลสาบชวนเฮือง ในร้านกาแฟสุดเก๋ไก๋รูปทรงอาร์ติโช๊ค ชื่อ Doha Café ซึ่งครั้งนี้เราได้ใช้เวลาจิบกาแฟ นั่งมองความเคลื่อนไหวของผู้คนอย่างสบายใจ

แม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้มาเยือนดาลัด แต่ก็อุ่นใจทุกครั้งที่มาถึง ความเป็นไปของดาลัดอาจจะดูเหมือนเร่งรีบด้วยเสียงแตรสไตล์คนเวียดนาม แต่ก็ไม่ได้วุ่นวายรบกวนใจ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่ยังคงประทับใจ และจะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่จะกลับไปตกหลุมรักอีกครั้ง