สธ.จัดมหกรรมสุขภาพโรคไม่ติดต่อ NCD Forum 2017

36

กระทรวงสาธารณสุข จัดมหกรรมสุขภาพโรคไม่ติดต่อ (NCD Forum 2017) เป็นการประชุมวิชาการเพื่อการป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่อ โดยระดมผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรด้านการแพทย์และสาธารณสุขในการป้องกันปัญหาโรคไม่ติดต่อในระดับชาติ ภายใต้แนวคิด “ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์บูรณาการโรคไม่ติดต่อยุคไทยแลนด์ 4.0 (NCD Thailand 4.0 : Moving forward)” หลังพบว่าประเทศไทยมีอัตราการเสียชีวิตของประชากร 3 ใน 4 มีสาเหตุจากโรคไม่ติดต่อ

นายแพทย์ธวัช สุนทราจารย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข พร้อมนายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขและผู้บริหารจากกรมควบคุมโรค ร่วมเปิดมหกรรมสุขภาพโรคไม่ติดต่อ (NCD Forum 2017) ซึ่งเป็นการประชุมวิชาการเพื่อการป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่อ โดยมีผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรด้านการแพทย์และสาธารณสุขในการป้องกันปัญหาโรคไม่ติดต่อในระดับชาติ และปีนี้ใช้ชื่องาน “มหกรรมสุขภาพโรคไม่ติดต่อ (NCD Forum 2017)” ภายใต้แนวคิด“ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์บูรณาการโรคไม่ติดต่อยุคไทยแลนด์ 4.0 (NCD Thailand 4.0 : Moving forward)” ซึ่งภายในงานยังมีพิธีมอบโล่และประกาศเกียรติคุณแก่โรงพยาบาลที่ได้รับรางวัล NCD Clinic Plus Award จำนวน 39 รางวัล และรางวัล BP Champion Award จำนวน 4 รางวัล โดยมีผู้เข้าร่วมการประชุมประมาณ 1,500 คน

นายแพทย์ธวัช กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยพบว่าอัตราการเสียชีวิตของประชากร 3 ใน 4 มีสาเหตุจากโรคไม่ติดต่อ เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งโรคดังกล่าวไม่ได้มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อโรคแต่เป็นผลจากการมีพฤติกรรมการดำเนินชีวิตที่ไม่เหมาะสม เช่น ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ขาดการออกกำลังกาย ทานอาหารหวาน มัน เค็มมาก พักผ่อนน้อย และมีความเครียด ส่งผลให้ความดันเลือดสูง น้ำตาลในเลือดสูง ไขมัน ในเลือดสูงขึ้น น้ำหนักตัวเกินจนกระทั่งอ้วน ส่งให้เกิดโรคไม่ติดต่อตามมา

สถานการณ์โรคไม่ติดต่อ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความชุกของโรคก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 4 พ.ศ.2551 และครั้งที่ 5 พ.ศ.2557 พบว่า ความชุกของเบาหวานเพิ่มขึ้นจาก 6.9 เป็น 8.9 และความชุกของความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นจาก 21.4 เป็น 24.7 ตามลำดับ ทั้งนี้ การจัดการเพื่อลดการเกิดโรคไม่ติดต่อ ควรเริ่มด้วยการจัดให้มีระบบบริการสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพ เข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม และการผลักดันให้มีนโยบายสาธารณะเพื่อจัดการลดปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรค ซึ่งนโยบายสาธารณะและยุทธศาสตร์เพื่อการจัดการปัญหาโรคไม่ติดต่อ คือ ยุทธศาสตร์โรคไม่ติดต่อและยุทธศาสตร์การลดการบริโภคเกลือ ตลอดจนการจัดการเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงจากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ซึ่งต้องเป็นความร่วมมือของทุกภาคีเครือข่ายและประชาชนทุกภาคส่วน

นายแพทย์ธวัช กล่าวต่อไปว่า ในการดำเนินงานเพื่อจัดการกับโรคไม่ติดต่อดังกล่าว กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค ในฐานะที่เป็นกรมวิชาการ มีบทบาทหน้าที่ในการนำวิชาการและเทคโนโลยีต่างๆ มาประยุกต์ใช้ในการควบคุมโรคไม่ติดต่อ ซึ่งการประชุมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และพัฒนาศักยภาพบุคลากรสาธารณสุขในการดำเนินงานโรคไม่ติดต่อ ให้มีขีดความสามารถ มีโอกาสและได้รับความรู้เพิ่มขึ้นและกลับไปพัฒนาคุณภาพการให้บริการเพื่อควบคุมป้องกันโรคไม่ติดต่ออย่างต่อเนื่อง ตลอดจนเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของบุคลากรสาธารณสุขทั่วประเทศ

“ในโอกาสนี้ ขอแนะนำประชาชนว่า โรคไม่ติดต่อน่ากลัวก็จริง แต่ทุกคนสามารถป้องกันได้ง่ายๆ ด้วยหลัก 3 อ 2 ส ดังนี้ อ ที่ 1 คือ อาหารทานอาหารแต่พอดี งดทานอาหารหวาน มัน เค็ม ควรมีผักหรือผลไม้ในอาหารทุกมื้อ อ ที่ 2 คือ ออกกำลังกาย ควรออกกำลังกายสม่ำเสมอ วันละครึ่งชั่วโมง อย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 วัน อ ที่ 3 คือ อารมณ์ ทำจิตใจให้แจ่มใส พักผ่อนให้เพียงพอ ส ที่ 1 คือ ไม่สูบบุหรี่ ซิก้าร์ ยามวน ยาเส้นและหลีกเลี่ยงควันบุหรี่ และ ส ที่ 2 คือ ลดการดื่มสุรา เบียร์ และเครื่องดื่มมึนเมา ที่สำคัญประชาชนควรตรวจเช็คสุขภาพอย่างน้อยปีละครั้ง โดยเฉพาะการเจาะเลือดดูค่าน้ำตาล ค่าไขมัน การทำงานของตับและไต การวัดความดันโลหิต สิ่งที่ควรทำบ่อยๆ เพื่อประเมินสุขภาพ คือ การชั่งน้ำหนัก การวัดรอบเอว ว่าเพิ่มขึ้นหรือยัง ซึ่งการตรวจเช็คเหล่านี้สามารถทำได้ด้วยตนเองที่บ้านเพียงมีเครื่องชั่งน้ำหนักและตลับเมตรหรือสายวัดรอบเอว หรือหากไม่มีก็สามารถไปรับบริการได้ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหรือสถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านท่านทุกแห่ง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422” นายแพทย์ธวัช กล่าวปิดท้าย