“ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ในงาน Greet & Meet ของชาวอนาคตใหม่

119
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่

บรรยากาศงาน Greet & Meet จิบน้ำชา พบปะสังสรรค์ ของชาวอนาคตใหม่ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ณ อาคารไทยซัมมิท ชั้น 5 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เต็มไปด้วยความชื่นมื่น ไม่ต่างจากงาน Meet & Greet ของเหล่าบรรดาศิลปินดารานักร้องที่พบปะแฟนคลับของพวกเขา

งานนี้คงต้องให้เครดิตทีมงานพรรค ที่ออกแบบการจัดงานให้กับนายใหญ่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค ได้พูดคุยกับสื่อมวลชนแบบกันเอง เปิดใจคุยทุกประเด็น ตอบทุกคำถามที่สื่อมวลชนอยากรู้ หวังที่จะสร้างให้ธนาธรเป็นนักการเมืองที่เข้าถึงได้ แตะต้องได้ และพร้อมจะรับฟังความคิดเห็นภาคส่วนอื่นๆในเวลาเดียวกัน

ธนาธร ปรากฏตัวเวลา 14.00 น. เป๊ะ พร้อมกับทีมงาน ซึ่งรวมไปด้วย ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค เขาเปิดงานอย่างกันเอง ไร้ซึ่งพิธีการใดๆ เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนถามแบบไม่มีกั๊ก เขาย้ำว่า “อยากให้เป็นการพูดคุยแบบสบายๆ แบบธรรมชาติ” ในเวลาเดียวกัน ยังถือโอกาสนี้เปิดบ้านพรรคอนาคตใหม่ให้พวกเราได้รู้จัก ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ของพรรค ที่จะใช้บัญชาการในการสู้ศึกการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงในอนาคต

ออฟฟิศที่ว่างเปล่าและตัวตนของธนาธร
“ที่นี่ ค่อนข้างรก ไม่มีผักชีโรยหน้า เมื่อวานเป็นอย่างไร วันนี้ก็เป็นอย่างนั้น” เขาเกริ่นกับสื่อมวลชนจากหลากหลายแขนงที่มาร่วมงาน พร้อมรอยยิ้มอย่างเป็นมิตร และอธิบายเพิ่มว่า สำนักงานใหญ่พรรคอนาคตใหม่แบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกเป็นออฟฟิศทำงานของทีมงานราว 20-30 ชีวิต ขณะอีกส่วนเป็นพื้นที่กิจกรรมและสมัครสมาชิกพรรค ทั้งยังเป็นพื้นที่จำหน่ายของที่ระลึก เช่น เสื้อ แก้ว เคสโทรศัพท์มือถือ เพื่อนำรายได้มาเป็นทุนสนับสนุนการดำเนินงานของพรรค

เป็นจริงอย่างที่ธนาธรว่า ที่ทำการของพรรคของเขาที่พวกเราได้เห็น เป็นออฟฟิศโล่งๆ ไร้ซึ่งการตกแต่ง ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ราคาหรูใดๆติดตั้งไว้ใช้งาน มีเพียงคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สำนักงานที่จำเป็น ส่งสัญญาณเป็นนัยว่า ที่นี่เท่าเทียมกันหมด ไร้ซึ่งกำแพงกั้น และตัวผู้นำพรรคเองก็พร้อมที่จะให้ทุกคนเข้าหาได้ทุกเมื่อ

น้องๆในทีมงานเล่าให้ฟังว่า ธนาธรเป็นคนติดดิน มีไลฟ์สไตล์ง่ายๆ ยินดีรับฟังความคิดเห็นของน้องๆในทีม ในวันที่ไม่ติดงานหรือนัดพบใคร อาจจะเห็นธนาธรในอีกลุคคือ สวมกางเกงเล รองเท้าแตะตราช้างดาว ขัดแย้งกับภาพลักษณ์ที่พวกเรารู้จักในฐานะนักธุรกิจเศรษฐีคนหนึ่ง นอกจากนี้ ธนาธรยังไม่มีโต๊ะทำงานเป็นของตนเอง เขาเดินไปทุกที่เท่าที่ความคิดจะพาไป และมุมโปรดของเขา บางทีก็เป็น “ชิงช้า” บ้าง ที่ตั้งอยู่กลางออฟฟิศ ที่โล้ไปมา พาชีวิตของเขาเข้าสู่ห้วงแห่งความคิด ที่จะสร้าง “อนาคตใหม่” ให้กับประเทศไทย อนาคตใหม่ของเขาคือ อนาคตที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน

ตุ๊กตาญี่ปุ่น “ดารุมะ” สัญลักษณ์แห่งความหวัง
ไฮไลท์ของการพาเยี่ยมชมออฟฟิศของธนาธรในวันนั้นคือ ตุ๊กตา “ดารุมะ” (Daruma Doll) ธนาธรโชว์ตุ๊กตาตัวนี้อย่างชื่นชมและมีความหมาย เขาบอกว่า ตุ๊กตาญี่ปุ่นตัวนี้ได้มาจากนักธุรกิจญี่ปุ่นคนหนึ่งที่รู้จักกันมากว่า 20 ปีระหว่างทำธุรกิจด้วยกัน วันหนึ่ง เมื่อนักธุรกิจสายเลือดซามูไรรู้ว่า เขาจะเข้าสู่ถนนสายการเมือง จึงมอบตุ๊กตาดารุมะให้ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดี นำพาความสำเร็จมาให้ ตุ๊กตาดารุมะเป็นที่รู้จักของชาวญี่ปุ่น เป็นตุ๊กตาล้มลุก เมื่อผลักไปทางใด ก็จะกลับมาตั้งตรงในจุดเดิมได้ในทุกๆครั้งทั้งยังมีดวงตาทั้งสองข้างที่ว่างเปล่า

ธนาธรบอกว่า ตุ๊กตาญี่ปุ่นตัวนี้เป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่น ความพากเพียร ที่จะนำพาพรรคสู่ความสำเร็จ โดยธรรมเนียมปฏิบัติของชาวญี่ปุ่น ผู้เป็นเจ้าของจะต้องใช้หมึกสีดำป้ายแต้มลงไปเป็นวงกลมเพื่อเปิดดวงตาข้างหนึ่งขึ้นมา โดยเริ่มจากดวงตาซ้าย พร้อมตั้งจิตอธิษฐานในสิ่งที่กำลังจะทำเพื่อให้เป็นจริงขึ้นมา ในการนี้ พวกเราพรรคอนาคตใหม่ก็ร่วมช่วยกันป้ายตามธรรมเนียมนั้น พร้อมกับอธิษฐานให้พรรคเดินหน้าภารกิจการเมืองให้สำเร็จ ขณะที่ดวงตาด้านขวา ก็จะช่วยกันป้ายให้ตุ๊กตามีดวงตาครบทั้งสองข้าง หลังจากภารกิจลุล่วงแล้ว เป็นการลืมตาทั้งสองข้างขึ้น ได้เห็นประเทศไทยได้ประชาธิปไตยกลับมาอีกครั้ง หลังจากเผชิญหน้ากับความขัดแย้งมากว่า 13 ปี

ธนาธรมีจุดยืนทางการเมืองที่ชัดคือ ไม่ต้องการให้ประเทศพึ่งพาอำนาจนอกระบบ หยุดยั้งการรัฐประหารในสังคมไทย นอกจากนี้ ยังต้องการสร้างพรรคอนาคตใหม่ให้เป็นสถาบันในระยะยาว โดยหนึ่งในคุณค่าพื้นฐานของชาวอนาคตใหม่ใน 10 ข้อคือ ยึดมั่นหลักการประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนต่อต้านเผด็จการ ทั้งยังทุ่มเทกำลังเพื่อก่อร่างสร้าง “ประชาชน” ให้ “ประชาชน” ได้เป็นผู้ทรงอำนาจสูงสุด

ลุยหน้าหาสมาชิกพรรค
ธนาธรโบกมือลาจากธุรกิจหมื่นล้านของครอบครัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อลงสู่ถนนสายการเมืองอย่างเต็มตัว ทุกวันนี้ เขาสนุกและมีภารกิจให้ทำทุกวัน ไม่ว่าจะด้านนโยบายหรือการพบปะเครือข่าย รวมถึงลงพื้นที่พบปะประชาชนเพื่อหาสมาชิกพรรค โดยในวันจันทร์ที่ 5 พฤศจิกายนนี้ เขาจะเริ่มต้นพบปะประชาชนเพื่อชักชวนมาเป็นสมาชิกพรรค ที่ย่านเยาวราชเป็นที่แรกในพื้นที่กรุงเทพฯ เนื่องจากเป็นถิ่นต้นกำเนิดของตระกูลของเขา จากนั้นก็จะไปพื้นที่อื่นๆ ไม่ว่าจะสีลม พระโขนง ประตูน้ำ หรืออนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ รวมๆแล้ว 5 พื้นที่ในเขตกทม. นอกจากนี้ยังต้องพบสื่อต่างๆ รวมไปถึงสำนักข่าว Bloomberg ประเทศสิงคโปร์ ที่ต้องการรู้ถึงแรงจูงใจเข้าสู่ถนนสายการเมือง ความสำเร็จและแรงบันดาลใจต่างๆของเขา

เมื่อถามว่า ตอนนี้คนไทยรู้จักชื่อของธนาธรมากขึ้นหรือยัง โดยเฉพาะคนกลุ่มแรงงาน สตรี และเยาวชน เขาตอบว่า มากขึ้น แต่ส่วนตัวก็ยัง “ไม่” พอใจ ยังต้องทำงานหนักอีกมาก หากต้องการให้พรรคประสบความสำเร็จ