“ประเทศกูมี”สุภาษิต”ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ” ยังมีอยู่จริง

57

จากกระแสทางโลกโซเชียล และกลายมาเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของสังคม ทอล์คออฟเดอะโซเชียล ทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เกี่ยวกับบทเพลงจาก แร็ปเปอร์ กับ เพลง “ประเทศกูมี” ที่ล่าสุด ขึ้นทะลุ 10 ล้านวิวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยแม้ว่ากระแสโซเชียลทั้งกลุ่มที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย รวมถึงภาครัฐ โดยพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษก บก.ปอท. ได้ออกมาระบุถึงคลิปเพลงดังกล่าวว่า อาจเข้าข่ายขัดคำสั่ง คสช. และอาจผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูล คอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ รวมถึงนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่ออกมาระบุว่า รัฐบาลรู้สึกเสียใจในเรื่องนี้ เพราะเป็นการทำให้ประเทศชาติเสียหาย

Advertisement

แต่ล่าสุดยอดวิวในยูทูป และโลกโซเชียล กลับพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อช่วงหลังเที่ยงคืน (28 ต.ค.61) ที่ผ่านมา ยูทูปเพลงประเทศกูมี นั้นมียอดวิวใกล้ 11 ล้านวิวแล้ว สำหรับเพลง “ประเทศกูมี” ที่กำลังเป็นทั้งกระแสในโลกโซเชียล และเป็นกระการเมืองไปในที่สุด ยังมีการแปลและมีซับไตเติ้ลในภาษาต่างประเทศ ส่วนที่หลายฝ่ายสงสัยถึงเหตุผลที่ยอดวิวในยูทูป และ คลิปเพลงดังกล่าวยังอยู่ได้ในโลโซเชียลซึ่ง ผู้เชี่ยวชาญระบบบล็อกเชน เปิดเผยถึงเหตุผลว่า เป็นเรื่องของการนำเข้าสู่ระบบข้อมูลฐานกลาง ในระบบบซีคอยท์ บล็อกเชน (zcoin blockchain) ซึ่งเป็นระบบฐานข้อมูลที่ใช้กันทั่วโลก จึงไม่สามารถจะทำการลบ หรือ ทำการใดๆ ได้ ซึ่งการนำเข้าสู่ระบบดังกล่าว เพลงประเทศกูมี ได้ถูกนำเข้าไว้ตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากยอดวิวที่ทะลุ 10 ล้านวิวแล้ว ยังคงมีความเห็นหรือคอมเมนต์ ที่แสดงในยูทูปทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยอีกราว เกือบ 7 หมื่นคอมเมนต์ (28 ต.ค.61) และยังมีผู้ติดตามในโซเชียลอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก โดยส่วนหนึ่งมาจากกระแสติดแฮทแท็ค #ประเทศกูมี และเพิ่มจำนวนของผู้ใช้แฮทแท็คดังกล่าวอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นคำค้นหายอดฮิตในโลกเชียล

4 คน ผู้อยู่เบื้องหลังเพลงดัง “ประเทศกูมี” คือแร็ปเปอร์ผู้ใช้ชื่อ aka Liberate P, Jacoboi, ET, Hockhacker เริ่มทำมาตั้งแต่ปลายปี 2017 เพื่อสร้างชิ้นงานชิ้นนี้ขึ้นมา มีคนแต่งเนื้อเพลงนี้ทั้งหมด 10 คน มีการเวิร์กช็อป มีการรีเสิร์ชข้อมูล เพื่อหา content มาเล่า จนเราได้เจอคำหลายคำในโลกโซเชียล ทั้ง  นาฬิกา เสือดำ  ฯลฯ

สุภาษิต “ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ” ยังมีอยู่จริง