“อินเตอร์แคร์ เอเชีย 2018” โชว์ความพร้อมเมืองไทยรับสังคมสูงวัย        

22

สังคมผู้สูงอายุ เป็นประเด็นที่กล่าวถึงอย่างมากในช่วง 2-3 ปีมานี้ นอกจากจะหมายถึงประชากรผู้สูงวัยที่จะมีสัดส่วนมากขึ้นแล้ว ยังรวมไปถึงการเตรียมตัวของทุกภาคส่วนในสังคม ทั้งด้านการสาธารณสุข การดูแลจากคนในครอบครัว รวมทั้งการดูแลตัวเองของคนในวัยเกษียณเอง และในเร็วๆนี้ จะมีการจัดงาน “อินเตอร์แคร์ เอเชีย 2018” โดย นีโอ จับมือ กรมกิจการผู้สูงอายุ และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)  เพื่อชี้ให้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมของการเตรียมตัวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย และเปิดโอกาสให้ทุกคน รวมทั้งตัวผู้สูงอายุวัยเกษียณได้เข้ามาศึกษาและหาแนวทางในการเตรียมความพร้อมร่วมกัน

นายสืบพงษ์ สมิตทันต์ ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี.เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด หรือ นีโอ เปิดเผยว่า จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรทำให้ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โดยคาดการณ์ว่าในปี 2563 จำนวนผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป จะเพิ่มขึ้นกว่า 12.6 ล้านคน ในปี 2573 เพิ่มเป็น 17.6 ล้านคน และในปี 2583 เพิ่มเป็น 20.5 ล้านคน ส่งผลให้เกิดความต้องการสินค้า บริการ รวมถึงเทคโนโลยีนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องมากขึ้น โดยมูลค่าตลาดสินค้า และบริการผู้สูงอายุในประเทศไทยนั้น ถึงแม้ว่าจะไม่มีการจัดทำที่ชัดเจนแต่เชื่อว่าจะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท

นีโอ จึงได้จัดงานอินเตอร์แคร์ เอเชีย ขึ้นเพื่อมาตอบสนองความต้องการดังกล่าวต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ซึ่งการจัดงานนี้ยังเป็นการช่วยภาครัฐในการเตรียมความพร้อมประชาชนที่จะก้าวเข้าสู่การอยู่ร่วมกันในสังคมผู้สูงอายุอีกด้วย  โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานตลอดระยะเวลา 3 วัน มากกว่า 5,000 คน และจะเกิดการซื้อขายภายในงานไม่น้อยกว่า 550 ล้านบาท

ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นเวทีที่สะท้อนให้เห็นถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย นอกเหนือไปจากการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็น กรมกิจการผู้สูงอายุ ภายใต้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งมีนโยบายและ การดำเนินงานเพื่อสนับสนุนการดูแลและพัฒนาผู้สูงอายุ และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งมีนโยบายส่งเสริมให้เกิดการลงทุนกิจการด้านสุขภาพ ยารักษาโรค เครื่องมือทางการแพทย์ ตลอดจนกิจการบริการทางการแพทย์ รวมถึงความพร้อมของภาคเอกชน ซึ่งได้มีการเดินหน้าลงทุนผลิตสินค้าและบริการเพื่อรองรับความต้องการของตลาดผู้สูงอายุในประเทศไทย

นอกจากนี้ อินเตอร์แคร์ เอเชีย ยังเป็นเวทีที่แสดงให้นานาประเทศเห็นถึงศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ และธุรกิจบริการด้านสุขภาพและการดูแลผู้สูงอายุของภูมิภาคอีกด้วย

สำหรับรูปแบบการจัดงานในครั้งนี้ จะแบ่งออกเป็น 5 โซน ประกอบไปด้วยผู้ประกอบการชั้นนำ     ทั้งในประเทศ และจากต่างประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น จีน เกาหลี เป็นต้น เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าชมงาน สามารถเลือกชมและซื้อผลิตภัณฑ์  ได้แก่

  1. Homecare & Equipment ซึ่งจะมีอุปกรณ์และเครื่องมือในการดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และผู้พิการ เช่น วิลแชร์ วอร์คเกอร์ อุปกรณ์ในการอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน
  2. Rehabilitation จะมีอุปกรณ์และเครื่องมือสำหรับการดูแลช่วยเหลือและปกป้องผู้สูงอายุ เช่น หุ่นยนต์ผู้ช่วย ศูนย์กระดูกและข้อ เครื่องช่วยฟัง
  3. Medical Tourism หรือ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และบริการที่เกี่ยวข้อง เช่น สปา ฟิตเนส และสถานบริการนวดแผนไทย Long stay
  4. Service จะมีสินค้าและสถานบริการสำหรับดูแลและช่วยเหลือผู้สูงอายุและผู้พิการ เช่น Nursing Home วีลแชร์ ติดตั้งบนรถสำหรับผู้พิการ โรงพยาบาลที่ดูแลผู้สูงอายุโดยเฉพาะ
  5. Nutritional Food ซึ่งจะมีสินค้า และผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอาหารเสริมและสมุนไพร อาหารเฉพาะโรคมาจัดแสดง

นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงสินค้าและบริการของกลุ่มธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตตามความต้องการของผู้สูงอายุ อาทิ อาหารเพื่อสุขภาพ  เช่น อาหารที่มีไขมันต่ำ ไม่มีคอเลสเตอรอล น้ำตาลน้อยหรือไม่มีเลย และมีส่วนประกอบที่ป้องกัน ลดความเสี่ยงโรคที่เกิดกับผู้สูงอายุ เช่น โรคหัวใจ มะเร็ง เบาหวาน  รวมถึงสามารถย่อยได้ง่ายเมื่อรับประทานเข้าไปแล้ว เป็นต้น รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์  เครื่องใช้ภายในบ้าน ซึ่งต้องมีการออกแบบให้เหมาะสมกับลักษณะทางกายภาพ และวิถีการดำเนินชีวิตของกลุ่มผู้สูงอายุที่สภาพร่างกายเริ่มถดถอย หรือแม้แต่บริการนำเที่ยวสำหรับผู้สูงวัย ซึ่งเป็นโปรแกรมการท่องเที่ยวไม่หักโหมหรือเดินทางไกล เช่น การท่องเที่ยวในเชิงศิลปวัฒนธรรม ทำบุญไหว้พระ ตักบาตร ฟังเทศน์ เป็นต้น

นายมรกต สุดดี รองผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า ททท.เล็งเห็นถึงความสำคัญของการท่องเที่ยวของกลุ่มผู้สูงวัย (Silver Age) จึงได้ทำเน้นส่งเสริมการท่องเที่ยวในกลุ่มนักท่องเที่ยวสูงวัย หรือกลุ่มวัยเก๋า ที่มีอายุตั้งแต่ 55 ปี ขึ้นไป ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีพร้อมในทุกด้าน ทั้งเรื่องการเงิน เวลา อีกทั้งยังมีความคิด มีเหตุมีผล และมีความเข้าใจในวัฒนธรรม จารีตประเพณีในแต่ละท้องถิ่นเป็นอย่างดี ที่สำคัญเป็นกลุ่มที่พร้อมจะใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยว ถือเป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีประสิทธิภาพสูง

ทั้งนี้ ททท. ได้เปิดตัวโครงการ “เก๋ายกก๊วน ชวนเที่ยวไทย” ภายใต้แนวคิด “วัยเก๋า ไม่ใช่วัยที่ไปเที่ยวไหนไม่ได้” โดยได้เตรียมความพร้อมสำหรับกลุ่มวัยเก๋า ไว้อย่างลงตัว เพื่อให้สามารถท่องเที่ยวได้อย่างมีความสุขและเหมาะสม ซึ่งททท.จะนำสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว อาทิ โรงแรมที่พัก แหล่งท่องเที่ยว รายการนำเที่ยว สำหรับผู้สูงวัยมานำเสนอขายภายในงานอินเตอร์แคร์ เอเชีย 2018 ด้วย

สำหรับผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ระหว่างวันที่ 12-14 กรกฎาคม 2561 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา